
สถานการณ์และความเคลือ่นไหว เศรษฐกิจกลุ่ม จีซีซี
....โครงการตะวันออกกลางพิเศษ
สหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมชี้ จีซีซีจะยังถูกกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อต่อไป
รายงานที่เผยแพร่โดยสหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรม จีซีซี เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงลิ่ว ทำให้อัตรางบประมาณเกินดุลของกลุ่มประเทศจีซีซีเพิ่มสูงขึ้นด้วย และคาดว่าจะดันให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่า 27% ในปีนี้ ทะลุสถิติ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
รายงานตั้งข้อสังเกตว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง หมายความว่า ประเทศทั้ง 6 ซึ่งผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 16 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะยังคงตกอยู่ในภายใต้แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อต่อไป และเสริมว่าปัญหานี้มีความซับซ้อนจากการที่กระแสเงินของรัฐสมาชิกส่วนใหญ่นั้น ผูกติดอยู่กับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่กำลังลดค่าลงอย่างหนัก
รายงานทำนายราคาน้ำมันปีนี้จะชนเพดานที่ 95 เหรียญสหรัฐ หลังจากพุ่งขึ้นไปเกือบ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อต้นเดือน มิ.ย. นี้ และว่าการพุ่งขึ้นนี้จะผลักดันดุลบัญชีเดินสะพัดของจีซีซีเกินดุลกว่า 31% ของจีดีพี
“สภาพนี้จะทำให้กลุ่มจีซีซีสามารถเพิ่มสำรองเงินตราต่างประเทศและขยายการลงทุน แต่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ คาดว่าจะบีบให้ประเทศจีซีซีหันเหทิศทางการลงทุนไปในภูมิภาคอื่นๆ” และว่า “ประเทศตะวันออกกลางบางประเทศได้ผลประโยชน์มาแล้วจากการไหลของเงินทุนนี้ ที่สำคัญก็มีอียิปต์ โมร็อกโก ตูนีเซีย แอลจีเรีย และจอร์แดน”ตามรายงานของสถาบันการเงินนานาชาติ การไหลของเงินทุนเข้าไปในประเทศเหล่านั้น เพิ่มขึ้นเกือบถึง 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 20022006 การประเมินขององค์การอิสระ แสดงว่าการไหลเวียนดังกล่าวขยายตัวประมาณ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2007 และเกิน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2008 (เอมิเรตส์ บิซิเนส 24/7 150608)
รัฐอ่าวอาหรับต้องขยายตัวไปให้พ้นจากเศรษฐกิจน้ำมัน
รายงานสำคัญว่าด้วยภูมิภาคอ่าว ตีพิมพ์วันที่ 12 มิ.ย. นี้ โดย คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์การสมาชิกธุรกิจนานาชาติ และการวิจัยโดยการสนับสนุนของบรรษัทเพื่อการลงทุนในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ระบุว่า การผลิตที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า และการขึ้นกับน้ำมันและแก๊สมากเกินไป จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศดังกล่าว
ภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มรัฐจีซีซี ความจริงแล้วลดลงประมาณ 0.2% ระหว่างปี 20002007 หากตัดรายได้จากน้ำมันและแก๊สออกไป มันเตือนว่า การขึ้นกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป เป็นพื้นฐานที่ไม่มั่นคงแน่นอนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว และจะเป็นการดึงเศรษฐกิจภาคอื่นๆ ให้ถอยหลัง เช่น อุตสาหกรรมการผลิตที่มีผลผลิตสูง และบริการทางการเงิน เป็นต้น ขณะนี้รายได้จากน้ำมันและแก๊สถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลผลิตช้า ให้แต่เพียงความรู้สึกมั่งคั่งอย่างผิวเผินเท่านั้น
เพื่อที่จะบรรลุการเพิ่มความยั่งยืนในมาตรฐานการครองชีพในระยะยาว ภูมิภาคนี้จำเป็นต้องแก้ปัญหาอุปสรรคทางด้านสถาบันที่มีต่อพลังการผลิต ที่ขัดขวางการไหลเวียนของแหล่งทรัพยากรทางการเงิน เพื่อไปใช้ในการผลิตที่มีผลได้มากที่สุด นอกจากนั้นยังมีปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของตลาดแรงงานที่วิกฤตมากที่สุด เพื่อประกันกำลังแรงงานที่มีความสามารถสูงและมีแรงจูงใจ (เดอะ คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด 120608)







