
รัฐกระตุ้นศก.ได้ผล ดัชนีเชื่อมั่นขยับเพิ่ม
ส.อ.ท.ประเมินความเชื่อมั่นเอกชน ไตรมาสแรกส่งสัญญาณดี แต่ระวังปัจจัยลบรุมล้อมช่วงปลายปี
ส.อ.ท.ประเมินความเชื่อมั่นเอกชน ไตรมาสแรกส่งสัญญาณดี แต่ระวังปัจจัยลบรุมล้อมช่วงปลายปี
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เริ่มกลับมาดีขึ้น ภายหลังรัฐบาลออกมาตรการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
ทั้งนี้ พบว่ากำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในหลายกิจการเริ่มกลับมามากขึ้น หลังจากเจอวิกฤตน้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554
นอกจากนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันการผลิตเริ่มกลับมาได้ ยังมีการตั้งกองทุนประกันภัยส่งเสริมให้มีการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวร ซึ่งมาตรการเหล่านี้สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดีในขณะที่มีการเดินสายโรดโชว์ไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในต่างประเทศ ดยเฉพาะประเทศที่เป็นคู่ค้าหลักของไทย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี นอกจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนแล้วยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำ ดีกว่ารอตั้งรับอยู่ในประเทศเท่านั้น
“มาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ารัฐบาลทำได้ดี ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจเพิ่มขึ้นจากมาตรการฟื้นฟูของภาครัฐ แต่รัฐบาลต้องดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พอสถานการณ์สถานการณ์ดีขึ้นก็เงียบหาย” นายธนิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังมีปัจจัยลบอีกมากที่จะกระทบต่อการทำธุรกิจได้ในระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการขนส่งโดยตรง รวมถึงกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนด้วย
นายธนิต กล่าวถึงปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกว่า ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก ทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยได้กรณีของสหรัฐอเมริกาแม้จะมีการฟื้นตัวบ้าง แต่ยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ สหภาพยุโรปเศรษฐกิจยังคงติดลบต่อเนื่อง ส่วนประเทศจีน มีการประกาศลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจลงเหลือ 7% และญี่ปุ่นเศรษฐกิจยังคงไม่เจริญเติบโตมากนัก ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นคู่ค้าหลักของไทย อาจส่งผลต่อการส่งออกของไทยได้ แม้ว่าการผลิตจะสามารถกลับมาได้แล้ว
ด้านปัญหาทางการเมืองในประเทศ ยังมีความกังวลเนื่องจากการปรองดองยังไม่จบ อาจจะเกิดความไม่สงบขึ้นอีก และรวมทั้งตอนนี้ยังมีปัญหาการระเบิดทางภาคใต้ ทำให้ในสายตาของนักธุรกิจต่างชาติยังมองไทยในภาพลบในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งจะกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างแน่นอนปัญหาค่าจ้าง ปัญหาใหญ่ที่สุดที่จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจภาคอุตสาห กรรม คงต้องยอมรับและปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดโดยหวังว่ารายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น จะหมุนเวียนกลับมาเป็นเงินที่เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด







