
อย่าหน้าเลือด
แม้นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
แม้นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จะถูกวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นระยะตั้งแต่ต้นว่า เป็นนโยบายประชานิยมที่ขาดความรอบคอบ เพราะมุ่งหาเสียงโดยไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อวงจรธุรกิจในภาพกว้าง
แต่กระนั้นการปรับขึ้นค่าจ้างในประเทศให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมก็เป็นนโยบายที่ควรผลักดันและควรให้การสนับสนุน เพียงแต่จะต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้การปรับขึ้นค่าจ้างสอดคล้องความเป็นจริง รวมถึงยกระดับฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพมากขึ้นควบคู่ไปด้วย
อย่างไรก็ตาม สมควรประณามและเอาผิดให้ถึงที่สุดต่อนายจ้างหน้าเลือด อาทิ โรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้านโทรคมนาคมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เอาเปรียบลูกจ้างด้วยการบังคับให้เซ็นยินยอมในการนำสวัสดิการค่าอาหารและค่ารถมารวมเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทด้วย
โรงงานแห่งนี้บังคับให้ลูกจ้างกรอกแบบฟอร์มเซ็นยินยอมนำสวัสดิการค่าอาหาร 25 บาท และค่ารถ 15 บาท มารวมอยู่ในค่าจ้างขั้นต่ำและกำหนดให้ต้องส่งแบบฟอร์มภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้ แน่นอนที่สุดว่าย่อมมีลูกจ้างจำนวนหนึ่งยอมจำนนทำตาม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจถูกเลิกจ้างหรือลดการกระทบกระทั่งกับนายจ้างโดยไม่จำเป็น
วิธีการนี้นอกจากจะฉ้อฉลแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งไม่ได้รับรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพตามที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
ดังนั้น จะดียิ่งหากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใส่ใจต่อปัญหานี้ ควบคู่ไปกับหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เช่น การเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 3 มาตรการ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็วๆ นี้
ขณะเดียวกัน แม้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ไม่มีอำนาจเอาผิดในกรณีลูกจ้างไปยินยอมรับข้อเสนอนายจ้าง แต่ต้องหาช่องให้ลูกจ้างได้ร้องเรียนเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อนายจ้างเหล่านี้
เพื่อเป็นการขจัดความไม่เป็นธรรมเหล่านี้ ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานยังจะต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เร่งส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบพฤติกรรมการเอาเปรียบแรงงานของผู้ประกอบการด้วย
อีกทั้งควรออกหนังสือเตือนนายจ้างทั้งหลายให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนด หากพบการกระทำที่จงใจไม่ปรับขึ้นค่าจ้างหรือจงใจเอาเปรียบลูกจ้างด้วยวิธีการอื่นใดก็ตาม ควรหาทางเอาผิดให้ถึงที่สุด
การสนับสนุนธุรกิจของประเทศให้เข้มแข็ง จึงจำต้องดำเนินการควบคู่กันไปทั้งนายจ้างและลูกจ้าง อย่าให้ช่องว่างของนโยบายเกิดสองมาตรฐาน







