
มติกมธ.แก้ไขรธน.ผ่าน5มาตรารวด
กมธ.แก้รัฐธรรมนูญติดจรวดผ่านรวดเดียว 5 มาตรา พร้อมแก้เกม กกต.ดึงกม.เลือกตั้งท้องถิ่นมาใช้เลือกตั้งส.ส.ร.แทน
กมธ.แก้รัฐธรรมนูญติดจรวดผ่านรวดเดียว 5 มาตรา พร้อมแก้เกม กกต.ดึงกม.เลือกตั้งท้องถิ่นมาใช้เลือกตั้งส.ส.ร.แทน
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้มีมติเสียงเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 5 มาตราภายในวันเดียว ประกอบด้วย มาตารา 291/5 291/6 291/7 291/8 และ 291/9 ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมการกำหนดให้รัฐสภาคัดเลือกส.ส.ร.จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 22 คนภายใน75วัน และให้ส.ส.ร.มีสมาชิกภาพนับตั้งแต่วันเลือกตั้งรวมทั้งให้มีการประชุมส.ส.ร.ครั้งแรกภายใน 30 วันนับตั้งแต่เลือกตั้งส.ส.ร.
ทั้งนี้ การประชุมกมธ.ได้ใช้เวลาการพิจารณาเฉพาะมาตรา 291/5 กว่า 7 ชั่วโมงก่อนลงมติ 20 ต่อ 6 เสียงเห็นเห็นชอบตามที่นายพิชิต ชื่นบาน สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ซึ่งสวนทางกลับความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ส.ส.ร.) ที่ได้ทำหนังสือมาถึงที่ประชุมกมธ.ว่ากกต.มีมติต้องการให้รัฐสภาตรากฎหมายว่าด้วยเลือกตั้งเป็นกรณีเฉพาะ
สำหรับถ้อยคำในมาตรา 291/5 ที่ถูกแก้ไขระบุว่ากกต.ต้องจัดการเลือกตั้งส.ส.ร.ให้เสร็จภาย 75 วัน และให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้โดยอนุโลม การวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการเพิกถอนผลการเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ร.ให้เป็นอำนาจหน้านที่ของศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
อย่างไรก็ตาม กมธ.ซีกฝ่ายค้านหลายคนแสดงความไม่เห็นด้วยกับที่ประชุม โดยนายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในเมื่อกกต.ได้มีหนังสือมายังที่ประชุมกมธ.ระบุถึงเจตนารมณ์ให้รัฐสภาออกกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ร.แล้วจะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากจะต้องตราพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ร.ออกมา ไม่ใช่ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอื่นมาใช้เทียบเคียง
"การทำแบบนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามใช้เสียงข้างมากเพื่อเร่งรัดการแก้ไขรัธฐรรมนูญโดยไม่คำนึงความถูกต้อง" นายเทพไท กล่าว
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ.ชี้แจงว่า การตราเป็นพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.ร.ออกเฉพาะจะต้องใช้เวลากระบวนการพิจารณาในรัฐสภานานมาก ดังนั้น รัฐบาลจึงได้นำกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นมาเทียบเคียงแทน ซึ่งคิดว่าเป็นกฎหมายทีมีสถานะเป็นพ.ร.บ.เหมือนกัน







