posttoday
ลดค่าเงินบาทดีหรือไม่

ลดค่าเงินบาทดีหรือไม่

03 เมษายน 2555

สัปดาห์ที่แล้ว คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ออกมา “ส่งสัญญาณ” ว่าต้องการเห็นเงินบาทอ่อนค่าลง

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

สัปดาห์ที่แล้ว คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ออกมา “ส่งสัญญาณ” ว่าต้องการเห็นเงินบาทอ่อนค่าลง จากปัจจุบันอยู่ที่ระหว่าง 3031 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และต่อมาคุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แสดงความเห็นว่า ระดับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินเหรียญสหรัฐและเงินบาทในปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผล ซึ่งถ้าท่านสนใจลองไปค้นดู ผมไม่อยากเขียนซ้ำ เพราะเป็นเหตุผลปกติที่ทราบและมักถูกยกมาอ้างหรือหักล้างกันระหว่างฝ่ายที่อยากเห็นเงินบาทอ่อนค่ากับฝ่ายที่คัดค้าน

เผอิญผู้รู้ทั้งสองฝ่ายเป็นบุคคลสำคัญในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ เลยทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยสับสนว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมควรอยู่ตรงไหน และการลดค่าเงินบาทจะส่งผลในทางบวกหรือทางลบกับเศรษฐกิจของชาติ

ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าเป็นข่าวขึ้นมา ถ้า รมว.คลัง กับผู้ว่าการ ธปท.จะหาโอกาสพบปะหารือกันถึงนโยบายในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย เพราะถึงแม้ว่าผู้ว่าการ ธปท.จะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ในฐานะที่ รมว.คลัง ต้องรับผิดชอบการบริหารเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ก็ย่อมมีสิทธิที่จะร่วมพิจารณานโยบายนี้ด้วย แม้แต่ใน พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ยังกำหนดให้ รมว.คลัง กับผู้ว่าการ ธปท.ต้องพบปะหารือร่วมกันกำหนดนโยบายการบริหารเศรษฐกิจของชาติร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข่าวออกมา ก็ทำให้หลายฝ่ายเกิดความสับสนและไม่ทราบว่าควรปรับตัวอย่างไรที่จะบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ผู้ที่ถือสินทรัพย์หรือลงทุนไว้ในต่างประเทศ กับผู้ที่มีหนี้สินเป็นเงินตราต่างประเทศ

ผมลองประมวลผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าเงินบาทอ่อนค่าลง ทั้งด้านบวกและด้านลบให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูว่า ท่านอยากให้เงินบาทอ่อนค่าลงตามที่ รมว.คลัง ส่งสัญญาณ หรือให้คงค่าไว้ตามที่ผู้ว่าการ ธปท.บอก

ข้อที่ 1.ใครมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารนโยบายอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน คำตอบชัดเจนครับ ว่าผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการบริหารนโยบายการเงินคือผู้ว่าการ ธปท. แต่อย่างที่คุณกิตติรัตน์พูด คือ ในฐานะที่เป็น รมว.คลัง ต้องรับผิดชอบต่อการ บริหารเศรษฐกิจในภาพรวม ก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเฉพาะถ้าเห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.ไม่สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม วิธีการแสดงความคิดเห็นมีหลายวิธี ตั้งแต่การจับเข่าคุยกัน การพบปะกันอย่างเป็นทางการ จนถึงการส่งสัญญาณผ่านสื่อ ท่านลองคิดดูเองก็แล้วกันว่า ท่านคิดว่าวิธีการส่งสัญญาณแบบไหนน่าจะทำให้เกิดผลดีในภาคปฏิบัติมากกว่ากัน

ข้อที่ 2.ข้อดีของการลดค่าเงินในทางทฤษฎี เวลาเรียนเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นคือ จะทำให้สินค้าที่ส่งออกราคาลดลง ทำให้ขายสินค้าส่งออกได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มีข้อแม้ว่าปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องไม่เปลี่ยนแปลง (Other Things Being Goual) กล่าวคือ เมื่อประเทศใดประเทศหนึ่ง สมมติว่าเห็นประเทศไทยลดค่าเงินบาทลงด้วยวิธีใดก็ตามที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ประเทศอื่นที่ส่งออกสินค้าเหมือนกันหรือที่ทดแทนกันได้ จะต้องไม่ลดค่าเงินของตัวเองลงตาม เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขันด้านราคากับประเทศไทย ที่ส่งไปขายในประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม ในชีวิตจริงไม่มีใครเป็นฝ่ายยอมถูกกระทำข้างเดียว บางประเทศ เช่น จีน ขนาดไม่ลดค่าเงินตัวเองลง ยังถูกประเทศอื่น เช่น สหรัฐ ซึ่งเป็นทั้งคู่แข่งและผู้บริโภคสินค้าจากจีน กดดันให้เพิ่มค่าเงินหยวนให้แข็งขึ้น โดยอ้างว่าค่าของเงินหยวนอ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ทำให้ผู้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหรือจำหน่ายให้ผู้บริโภคในสหรัฐเสียเปรียบ เพราะฉะนั้น ถ้าไทยลดค่าเงินบาทลง แต่ประเทศอื่น เช่น มาเลเซียหรือเวียดนาม ลดค่าเงินของตนเองลงตาม เพื่อป้องกันตัวเอง ท้ายที่สุดการลดค่าเงินก็ไม่ได้ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นตามคาดและยังทำให้รายได้จากการส่งออกที่เป็นเงินตราต่างประเทศลดลง

ข้อที่ 3.ถ้าการส่งออกลดลงหรือเพิ่มขึ้นช้า เพราะไม่มีของจะขาย เช่น โรงงานผู้ผลิตสินค้าส่งออกถูกน้ำท่วม การลดค่าเงินเพื่อกระตุ้นการส่งออกคงไม่ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะปัญหาเกิดที่ด้านซัพพลาย ไม่ใช่ด้านดีมานด์ ที่จะกระตุ้นได้ด้วยการลดราคา

ก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีสินค้าขายได้น้อยและลดค่าเงินลง ก็ยิ่งทำให้รายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศลดลง

ข้อที่ 4.ถ้าการส่งออกลดลง เพราะประเทศผู้นำเข้ามีปัญหาเศรษฐกิจ การลดค่าเงินทำให้สินค้าที่ส่งไปจำหน่ายในประเทศนั้นราคาถูกลง ก็อาจกระตุ้นการส่งออกได้ระดับหนึ่ง ถ้าบางประเทศคู่แข่งไม่ดำเนินมาตรการตอบโต้ แต่ถึงกระนั้นการส่งออกก็อาจเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก เหตุผลก็เพราะผู้ซื้อไม่มีเงินจะซื้อ เพราะจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่นที่สำคัญกว่า

ข้อที่ 5.ในการซื้อขายทำการค้าระหว่างประเทศ การปรับราคาสินค้ามักจะขึ้นอยู่กับผู้ขาย ถ้าประเทศผู้ส่งออกมีอำนาจต่อรองต่ำ ทันทีที่มีข่าวว่าประเทศผู้ส่งออกจะลดค่าเงินลง ผู้นำเข้าก็จะรีบเจรจาต่อรองขอปรับราคาสินค้าที่จะนำเข้าให้ลดลง โดยอ้างว่าถึงจะลดราคาสินค้าที่ส่งไปขายที่คิดราคาเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ผู้ส่งออกก็ยังได้รับเงินค่าสินค้าที่ส่งออกเป็นเงินบาทเท่าเดิม ไม่สมควรเก็บกำไรที่จะเกิดจากการลดค่าเงินไว้ฝ่ายเดียว ควรจะแบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้นำเข้าด้วยกรณีอย่างนี้ ถ้าผู้ส่งออกไม่ยอมเกี้ยเซียะ (แปลว่าหยวนๆ กัน) ด้วย ก็จะหันไปซื้อสินค้าจากประเทศอื่นแทน

การพิจารณาว่าอำนาจต่อรองใครมากกว่ากัน มีเหตุหลายปัจจัย เช่น ลักษณะและคุณภาพสินค้า สินค้าทดแทน หรือแม้แต่อำนาจในการบงการตลาด โดยเฉพาะถ้าผู้ซื้อเป็นผู้ซื้อรายใหญ่หรือเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นต้น

ข้อที่ 6.การที่มีการลดค่าเงินสกุลท้องถิ่นลง อาจทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจทำให้สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้นด้วย

ถ้าสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ไม่จำเป็น การที่ราคาเพิ่มขึ้นก็อาจทำให้การนำเข้าลดลง แต่ความจริงคือ คนที่บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยก็มีความพร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงอยู่แล้ว บางทียิ่งแพงยิ่งขายดี เช่น น้ำหอมหรือกระเป๋าถือสุภาพสตรีใบละหลายแสนบาทก็ยังมีคนเข้าคิวรอซื้อ

แต่ถ้าเผอิญสินค้านำเข้าเป็นสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมัน การลดค่าเงินยิ่งจะทำให้น้ำมันแพงขึ้น สร้างปัญหาเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้นต่อไป ส่วนว่าถ้าน้ำมันแพงขึ้นจะทำให้การนำเข้าลดลงหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ เพราะอย่างน้อยในประเทศไทย ผู้คนก็ถูกฝึกถูกสปอยให้ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือยจนเป็นนิสัยที่แก้ยากแล้ว และถ้าน้ำมันซึ่งเป็นพลังงานราคาแพงขึ้น สินค้าที่ควรจะลดราคาได้ เพราะการลดค่าเงินก็จะยืนราคา เพราะต้นทุนแพงขึ้น การลดค่าเงินก็ขาดประสิทธิภาพในการกระตุ้นการส่งออกตามความคาดหมาย เพราะผลกระทบจากการลดค่าเงิน 2 ด้านลบล้างกันเอง

ความจริงเรื่องนี้ถ้าเขียนต่อก็เขียนได้ยาว แต่ขอจบแค่นี้ เพราะคิดว่าลำพังแค่นี้ก็น่าปวดหัวพอแล้ว ผมขอไม่แสดงความคิดเห็นว่าควรลดค่าเงินบาทลงอย่างที่คุณกิตติรัตน์บอกหรือไม่ เพราะไม่สามารถวิเคราะห์ผลกระทบทุกด้านที่ว่ามาอย่างทั่วถึง

เอาว่าเมื่อคุณกิตติรัตน์เป็นผู้บริหารระดับนี้ ก็ต้องเชื่อว่าได้พิจารณาปัจจัยบวกและลบทุกด้านแล้ว ถึงได้ส่งสัญญาณนี้ออกมา

ส่วนท่านผู้อ่านคิดอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับตัวท่านเองแล้วละครับ เพราะท่านกับผมก็เหมือนกัน คือมีข้อมูลไม่ควรที่จะตัดสินใจ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69