
ดีเดย์ลุยพักหนี้ลูกค้าชั้นดีเริ่มก.ย.นี้
คลังลุยพักหนี้ ให้ลูกหนี้ดีไม่เกิน 5 แสนบาท ธนาคารรัฐกว่า 5 ล้านราย เริ่ม 1 ก.ย.นี้
คลังลุยพักหนี้ ให้ลูกหนี้ดีไม่เกิน 5 แสนบาท ธนาคารรัฐกว่า 5 ล้านราย เริ่ม 1 ก.ย.นี้
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เสนอแนวทางการดำเนินโครงการพักชำระหนี้ลูกหนี้ดี (PL) ของสถาบันการเงินของรัฐที่มีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย ให้กับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาแล้ว โดยตั้งเป้าเปิดตัวโครงการได้วันที่ 1 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ล่าสุดได้ข้อสรุปว่า จะพักหนี้ให้ลูกหนี้ดีของ 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ รวม 5 ล้านราย ที่มียอดหนี้จากทุกธนาคารรวมกันไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย โดยที่ไม่มีการกำหนดเรื่องรายได้ขั้นต่ำ เพราะจากข้อมูลพบว่าลูกหนี้รายย่อยผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่จะมีหนี้เฉลี่ยประมาณ 2-3 แสนบาทต่อราย
“เมื่อคลังเห็นชอบแนวทางแล้ว ต้องทำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน เมื่อผ่าน ครม.แล้วก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นธนาคารทำความเข้าใจกับพนักงานและลูกค้าว่า แต่ละโครงการมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร หลังจากนั้นถึงจะเปิดลงทะเบียนลูกหนี้ คาดว่าขั้นตอนนี้น่าใช้เวลาประมาณ 3 เดือน” นายทนุศักดิ์ กล่าว
นายทนุศักดิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้ได้ทำโครงการพักหนี้ไปแล้วรวม 3 โครงการ ได้แก่ การพักหนี้ลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งเปิดโครงการไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีคนสนใจเข้าโครงการแล้วกว่า 9 แสนราย และอีก 2 โครงการที่เพิ่งเสนอทางเลือกให้กับ รมว.คลัง พิจารณา คือ การพักหนี้ให้กับลูกหนี้ดี ได้แก่ โครงการการพักชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 ปี แต่ลูกหนี้ยังคงต้องผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งมีการเสนอเป็น 2 แนวทาง คือ ลูกหนี้ยังต้องผ่อนดอกเบี้ยในอัตราปกติ กับการผ่อนดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรน (อาจจะลดดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่งของโครงการลดภาระดอกเบี้ย) โดยในระหว่างพักชำระหนี้ลูกหนี้จะไม่สามารถกู้เพิ่มได้
สำหรับโครงการที่ 3 คือ การให้รางวัลแก่ลูกหนี้ดี ที่ไม่ต้องการพักหนี้ เพราะยังอยากกู้เงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนต่อ จะได้สิทธิในการลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งได้เสนอแนวทางให้ รมว.คลัง พิจารณาเรื่องสูตรการลดภาระดอกเบี้ยตั้งแต่ 0.5% 1% 1.5% และ 2% ให้เลือกว่าในแต่ละขั้นจะส่งผลกระทบต่อลูกหนี้ เป็นภาระต่อสถาบันการเงินเท่าไร







