posttoday
ความฝันกลางฤดูแล้ง

ความฝันกลางฤดูแล้ง

31 มีนาคม 2555

อากาศยามนี้ร้อนเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน พื้นดินแลแห้งโดยทั่วไป สำนวนไทยมีคำกล่าวว่า “ร้อนแทบบ้า” เรา

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

อากาศยามนี้ร้อนเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน พื้นดินแลแห้งโดยทั่วไป สำนวนไทยมีคำกล่าวว่า “ร้อนแทบบ้า” เราจึงเห็นคนหลายคนในบ้านเมืองมีอาการทำนองนั้น แต่ว่าเขา “ร้อน” อะไรกันหรือ?

อดีตผู้นำบางคน “ร้อนรน” ออกอาการว่าอยากกลับประเทศเต็มแก่ ถึงกลับหลอกล่อเร่งเร้าให้ลิ่วล้อบริวารช่วยกันประโคมข่าวและช่วยกันหาวิธีการที่จะนำ “เขา” กลับบ้าน ทั้งที่ก็รู้แก่ใจว่ากลับมาก็อยู่ไม่เป็นสุขและมีความสุ่มเสี่ยงต่างๆ (ซึ่งความจริงแกก็ไม่กล้ากลับมาหรอก) แต่ก็ต้องการวัดใจว่าใคร “รักแท้” หรือ “รักเทียม” เพื่อเลี้ยงดูไว้ใช้งานต่อไป

หลายปีที่ผ่านมามีคนถูกหลอกให้ “รับใช้” อยู่หลายคน ทุกคนน่าจะรู้ดีว่า “โดนหลอก” แต่ก็เป็นไปอย่างเนื้อเพลงลูกทุ่งที่ว่า “รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก” เพราะถ้าทำกลืนๆ ให้เนียนๆ ตามไปก็จะได้ผลประโยชน์มากมาย คนพวกนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป เป็นต้นว่า พวกสู้แล้วรวย แถมด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี หรือพวกได้ดีเพราะสับขาหลอกพูดกลับกลอกเอาใจนายให้สังคมงงงวย

ในฤดูแล้งปีนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนถูกหลอกเพิ่มอีก 3 คน ทั้งหมดเป็นนายทหารชื่อดัง แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ แต่ละคนมีที่มาที่ไปต่างๆ กัน และก่อนหน้านี้อยู่กันคนละขั้วละมุม แต่ไปๆ มาๆ ทำไมจึงมา “ตกหลุม” อันเดียวกัน โดยที่นายทหารบางคนในจำนวนนี้เคย “ประหารชีวิตทางการเมือง” นายใหญ่ผู้ขุดหลุมนี้มาแล้วด้วยการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549

พูดตรงๆ ก็คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ที่สังคมส่วนหนึ่งเคยเชื่อว่ามีเจตนาดีต่อบ้านเมืองในการโค่นล้มผู้นำที่สุดแสนชั่วร้าย แต่ต่อมาได้มาเล่นการเมืองเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ซึ่งดูทีท่าแรกๆ ว่าน่าจะอยู่ตรงข้ามกลับรัฐบาลชุดนี้ แต่มาระยะนี้กลับดูว่าทำอะไรก็เข้าทางพรรคเพื่อไทยไปหมด อย่างกรณีการเสนอแนวทางในการปรองดองโดย “ไฮแจ็ค” ผลการวิจัยของคณะนักวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้ามาเป็นเครื่องสนองตัณหาให้แก่ผู้บงการ

ความฝันกลางฤดูแล้ง

 

เข้าทำนองนางโมรายื่นดาบให้โจรป่า เหมือนกับหลอกคนไทยที่เปรียบว่าเป็นพระจันทโครพว่าจะยื่นดาบให้พระจันทโครพไปฆ่าโจรป่า แต่กลายเป็นว่าไปเข้าด้วยโจรป่า เพราะอาจจะเห็นว่าโจรป่านี้ “หล่อล่ำ” (ฟังคล้ายๆ “ร่ำรวย”) กว่าพระจันทโครพที่อาจจะอ้อนแอ้น (ฟังคล้ายๆ “อ่อนแอ”) ไม่มีอะไรที่จะฉวยเอามาเป็นประโยชน์ได้ อย่างเพลงลิเกที่ผู้เขียนเคยฟังที่ว่า

“ให้อึดอัดขัดข้อง โมราเจ้าต้องคิดหนัก

จันทโครพนั้นก็รัก โจรป่าก็ยักษ์หล่อล่ำ

หันหน้ายื่นดาบไปอีกทาง ปล่อยวางแล้วแต่บุญกรรม

เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง...”

เสียดายแต่ว่า “ดาบ” ที่ว่านั้นก็คือผลงานวิจัยของคณะนักวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า ที่อาจจะตั้งใจทำมาเป็นอย่างดีเท่าที่เวลาจะอำนวย (ที่น่าจะเปิดเผยรายงานการศึกษาวิจัยโดยละเอียดสู่สาธารณะด้วย) แต่เมื่อตกไปอยู่กับคนเจ้าเล่ห์อย่างพวกนักการเมือง ก็ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางผิดๆ ซึ่งทีหน้าทีหลังครั้งต่อไปก็จะได้จำไว้ว่าจะไม่ “เสียท่า” ให้กับโจรป่าพวกนี้อีก (แต่ถ้าถอนดาบนี้กลับคืนมาได้ก็อาจจะกู้ชื่อคืนมาได้บ้างนะครับ)

นายทหารคนต่อมาก็คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นนายทหารนักประชาธิปไตย เพราะสู้อุตส่าห์ถอดเครื่องแบบมาเล่นการเมือง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จตามสมควร แต่มาระยะนี้ก็ดู “เป๋ๆ” เหมือน พล.อ.สนธิ ที่เดาไม่ถูกว่าไปกินดีหมีอะไรมา จึงออกมาตั้งคำถามแก่ พล.อ.สนธิ เหมือนบทพากย์รามเกียรติ์ที่ว่า “ปลิดปลงลงเสียตรงนั้น”

สังคมจึงตั้งคำถามไปถึง พล.ต.สนั่น ว่าการตั้งคำถาม “ปลิดชีพ” ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายอะไร เป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ (น่าจะเป็นสำนวนไทยทางเหนือหรืออีสาน เพราะฝอยแปลว่าขยะ ส่วนตะเข็บก็คือตะขาบสัตว์ร้อยขาที่เชื่อว่ามีพิษ) คือรื้อฟื้นอดีตเอามาฆ่าฟันกันหรือไม่ หรือเพียงเพื่อสนองต่อ “คำสั่ง” จากนายจ้างที่อาจจะเป็น “คนคนนั้น” ที่หลอกล่อใช้งานมา

พล.ต.สนั่น ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังได้โยนระเบิดลงไปในสังคมอีกลูกด้วยข้อเสนอที่ว่า เรื่องนี้ (ความขัดแย้งระหว่างคนไทย) จะแก้ด้วยการให้คนสองคน คือ ทักษิณ และ พล.อ.เปรม มานั่งคุยกัน ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนจะมีนัยว่าคนสองคนนี่แหละคือต้นเหตุของปัญหา และเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป ก็ต้องให้ต้นเหตุของปัญหาคือทั้งสองนี้มาช่วยกันแก้

ไม่รู้ว่าป่านนี้คนที่ดูไบจะสะดุ้งพลุ่งพล่านอะไรหรือไม่ (แกอาจจะหัวเราะชอบใจอยู่ก็ได้ เพราะเป็นไปตามแผนที่แกกำหนด) แต่ที่ต้องเดือดร้อนอย่างมากก็คือ พล.อ.เปรม ที่ตอนแรกเมื่อ พล.ต.สนั่น ไปตั้งคำถามต่อ พล.อ.สนธิ ก็ดูจะเข้าท่า เพราะไปหาทางปฏิเสธให้แก่ป๋าว่าไม่เกี่ยวกับการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 แต่พอมายื่นข้อเสนอนี้ออกสื่อในรายการของเจ้าพ่อข่าวแนวดรามา (และ Freak Show) เมื่อเย็นวันพุธจึงเหมือนฉุดเอาป๋าลงตะแลงแกงไปด้วย

คนที่สามก็คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้ยิ่งใหญ่ หลายๆ อย่างที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว และมีฉายาคับแผ่นดินอีสานว่า “พ่อใหญ่จิ๋ว” ที่ท่านได้ออกมาแจก “จดหมายน้อย” หรือเอกสารเป็นข้อเสนอว่าเห็นด้วยกับการปรองดองและควรจะทำอย่างสมัยที่มีการประกาศใช้นโยบาย 66/2523 ที่ออกมาสมัย พล.อ.เปรม เพื่อให้อภัยกับผู้หลงผิดที่ไปเข้าด้วยกับขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

ดูไปแล้วก็เหมือนกับว่า พล.อ.ชวลิต เป็น “คนหลงยุค” เพราะไป “จับแพะชนแกะ” เอาสิ่งที่เป็นคนละคู่คนละฝามาเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งข้อเสนอมั่วๆ แบบนี้ดูจะเป็นพฤติกรรมถาวรของนายทหารผู้นี้เสียแล้ว (ในอดีตท่านอาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนแซว พล.อ.ชวลิต ว่าเป็นพวก “พูดไม่รู้เรื่อง”) เนื่องจากการให้อภัยแก่ผู้หลงผิดในยุคนั้นแตกต่างจากความผิดของนายใหญ่และพรรคพวกเป็นคนละเรื่อง เพราะรัฐบาลในยุคหลัง 6 ต.ค. 2519 ได้ดำเนินนโยบายผิดพลาด ทำให้มีนักศึกษาและประชาชนเกรงกลัวหนีเข้าป่าไปเป็นพวกคอมมิวนิสต์จำนวนมาก จึงสมควรที่จะให้อภัย เพราะเป็นความผิดของรัฐบาล แต่การที่จะมาให้อภัยแก่คนที่มีเจตนาคอร์รัปชันและสร้างความแตกแยกในสังคมนั้นไม่สมควรและไม่มีเหตุผล

แต่ก็ยังมีคนที่มองโลกในแง่ดีให้ข้อมูลแก่ผู้เขียนว่า บางทีแกอาจจะทำไปเพราะเป็นห่วงลูกน้องและบริวารที่ยังร้องโหยหวนที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยแกอยู่ ไหนๆ แกก็ยังไม่ตายก็ขออาศัยเกาะ “ขอนไม้” นี้ที่กำลังไหลเข้าฝั่งด้านหนึ่งให้ล่องลอยต่อไป เพื่อนำพาเหล่า “ปริพาชก” ผู้ที่ต้องยังชีวิตอยู่ด้วยลาภยศสรรเสริญ (และอำนาจ) นั้นให้ไปถึงอีกฝั่งเสียก่อน

หลายคนเชื่อว่านายทหารทั้งสามนี้กำลังถูก “หลอกล่อ” แต่ก็มีคำถามต่อไปอีกว่า เอาอะไรมาหลอกเอาอะไรมาล่อ ซึ่งก็มีบางคน “ใบ้” ออกมาว่าคือตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”

คนปูนนี้ถ้ายังยอมให้หลอกด้วย “ของสูง” เช่น ตำแหน่งนายกฯ นี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร (ถ้าไม่ “...” ก็ “...”) ซึ่งอาจจะเป็นไปเพราะความร้อนในฤดูแล้งนี้ดังที่ได้กล่าวมาในตอนต้น

และคงเป็นได้แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69