
มองเวียดนาม
คนไทยพูดถึงเวียดนามกันเยอะ ว่าจะแซงไทยในเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนไทยมองเวียดนาม
โดย...ธนพล ไชยภาษี
คนไทยพูดถึงเวียดนามกันเยอะ ว่าจะแซงไทยในเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนไทยมองเวียดนามเป็นเสมือนคนรองบ่อนที่พยายามอย่างยิ่งที่จะแซงไทยในหลายๆ ด้าน คนไทยใช้เวียดนามเป็นตัวกระตุ้นให้ไทยไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ส่วนคนเวียดนามเองก็มองไทยในฐานะเป้าหมายที่ต้องผ่านให้ได้ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่เวียดนามถือว่ามีความทะเยอทะยานอย่างยิ่งยวด
ถามว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง ใครเคยไปเวียดนามมาอย่างแรกก็ต้องรู้สึกได้ว่า “ไม่ถูก” ครับ ในลาว ในกัมพูชาสินค้าแพงถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะต้องนำเข้าจากไทย จีน เวียดนาม เลยต้องบวกค่าขนส่ง แต่สำหรับเวียดนามผลิตอาหารเองได้ หลายๆ อย่างก็ทำขึ้นเอง แต่ปรากฏว่าราคาไม่ถูก
นั่นแหละครับ คือสภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากที่สุดของเวียดนามก็คือ ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งปีที่แล้วเงินเฟ้อเวียดนามปาเข้าไปกว่า 20% ทำให้ธนาคารกลางเวียดนามต้องขึ้นดอกเบี้ยทันที ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ 14% ในปีนี้ แต่ก็ยังสูงอยู่ดี
นอกจากนั้น ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามเริ่มชะลงตัวลงมาอยู่ที่ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 5.57% ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำ อันเป็นผลกระทบจากนโยบายการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลข้างเคียงออกมาครับ
ถ้าจะเข้าใจเวียดนามก็ต้องมองว่า การเมืองยังนำเศรษฐกิจอยู่มากทีเดียว เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรักษาความมั่นคง สร้างชาตินิยมด้วยการสร้างโครงการที่ดูโก้หรู เพื่อให้ประชาชนมุ่งให้ความสนใจมากกว่าที่หันมาสนใจในระบอบการปกครองและการบ้านการเมือง
ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงเห็นสารพัดโครงการที่ฟังดูแล้วออกจะเป็นการวาดฝันที่ “เกินตัว” ไปหน่อยสำหรับเวียดนาม เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงจากเหนือสู่ใต้ ซึ่งตอนนี้เอาเข้าจริงโครงการก็ล่มไปแล้ว ส่วนที่ยังไม่ล่มก็มีโครงการสนามบินที่โฮจิมินห์ ซิตี ที่ว่ากันว่าจะใหญ่โตมโหฬารกว่าสุวรรณภูมิเสียอีก นี่ยังไม่นับอีกสารพัดโครงการวาดฝันที่รัฐบาลวาดขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเคลิ้มตามไปด้วย
แต่ถามว่าศักยภาพของเวียดนามมีมากแค่ไหน ก็ต้องตอบว่า พอมี แต่ไม่ถึงขนาดนั้น อย่าลืมว่าเวียดนามเป็นประเทศเพิ่งเปิดตัวใหม่ ที่ระบบเศรษฐกิจยังอิงกับภาคการส่งออก และการลงทุนจากต่างชาติเช่นกัน ซึ่งเวียดนามก็มีคู่แข่งที่เป็นมาจ่อคอหอยอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย หรือจีนเอง
สภาพความเป็นจริงของเวียดนามในวันนี้ก็คือ ประเทศที่มีการก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วเกินไป โดยที่ระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคและประชากรยังไม่พร้อม จนทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ประชากรมีรายได้ไม่มาก แต่รายจ่ายเกินตัว เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาค่าเงินด่องของเวียดนามก็ถูกโจมตีจากนักเก็งกำไรอย่างหนักจนร่วงลงไม่เป็นท่า
สรุปแล้ว เวียดนามเร่งเครื่องเร็วเกินไปครับ แทนที่จากหนึ่งเป็นสองเป็นสาม แต่ด้วยความใจร้อน จากหนึ่งจะกลายเป็นสี่ไปผลลงเอยก็อย่างที่เห็นครับ







