posttoday
แปลงโฉมไม้ไทยจากจตุจักรสู่ตลาดโลก

แปลงโฉมไม้ไทยจากจตุจักรสู่ตลาดโลก

07 มีนาคม 2553

..ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

เริ่มจากเศษไม้เก่าๆ ที่ดูไร้ค่า จับมาตัดแต่ง ขัด ลงสี แปลงโฉมใหม่ ประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ กรอบรูป กล่องใส่เอกสาร ฯลฯ สรรค์สร้างผ่านไอเดียเก๋ๆ

จากงานที่ทำขึ้นมาด้วยความสนุกๆ วางโชว์ขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร มาเดี๋ยวนี้เศษไม้เก่าที่ถูกแปลงโฉมใหม่ได้ไปอวดไกลทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อังกฤษ และกลุ่มยุโรปอีกหลายประเทศ

หลายคนที่เคยแวะเวียนไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักรคงคุ้นตากับร้าน “At Home” (แอท โฮม) ร้านที่ออกแบบเก๋ๆ บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านในสไตล์ไม้เก่า (Reclaimed Wood) แฮนด์เมด 100% ด้วยการจับธรรมชาติ ต้นไม้ ผีเสื้อ ดอกไม้ มาสร้างสีสันลวดลายศิลปะบนเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ โต๊ะ ตู้เก็บของ

At Home ก่อร่างสร้างตัวมาจากหนุ่มสาวไฟแรงเมื่อ 15 ปีที่แล้ว “ฉลอง งามเกิด” และ “ศศิธร เหรียญเสาวภาคย์” เพื่อนร่วมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ศศิธรเริ่มต้นก้าวออกจากชีวิตลูกจ้างประจำบริษัทในตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ และมาเริ่มต้นการเป็นเจ้าของกิจการเอง ร้าน At home ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร

ศศิธร เล่าให้ฟังว่า เดิมเราทั้งสองทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ดูแลงานด้านกราฟฟิก โฆษณา อาร์ตไดเรกเตอร์ วันหยุดเสาร์อาทิตย์มาเปิดร้านที่จตุจักร ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง แรกๆ สินค้าเราไม่มีใครเหมือนเลย ของเราจะไม่เหมือนใคร

การจะปิ๊งไอเดียมาจับธุรกิจนี้มาจากคุณฉลอง ด้วยที่เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ จะต้องหาอุปกรณ์ประกอบฉาก ถ่ายรูป ต้องการของตกแต่งบ้านที่ได้อารมณ์ตามที่ใจต้องการ แต่หาที่ไหนก็ไม่มีเลยต้องลงมือทำเอง โดยใช้ไม้เก่ามาประกอบเป็นของตกแต่งบ้าน ซึ่งไม้เก่าให้ความรู้สึกที่ดี จนได้ไปหาแหล่งขายไม้เก่ามาทำโน่นทำนี่

ไม้เก่าแต่ละชิ้นจะเป็นท่อนสั้นบ้าง ยาวบ้าง ก็จะคิดว่าควรจะนำมาทำอะไร ทำ กรอบรูป ตู้เฟอร์นิเจอร์ เศษไม้ที่เหลือก็ต่อเป็นกรอบรูป ต่อเป็นจิ๊กซอว์ พอทำคนก็ชอบและเห็นว่าสวยแปลกดี จึงมาเปิดร้าน At Home ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร

ทำได้ระยะหนึ่งก็เริ่มมีลูกค้าต่างชาติ เดินมาก็ชอบเข้ามาสั่งออร์เดอร์ ต่อมายอดสั่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คิดกันว่าเราออกจากงานมาทำเต็มตัวดีกว่า การที่ขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ซึ่งก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะขยายธุรกิจถึงขั้นส่งออก

“มีลูกค้าคนหนึ่งมาเดินที่สวนจตุจักรและชอบสินค้าของเรา ต้องการจะซื้อจำนวนมากๆ และให้ช่วยแพ็กส่งออกไปต่างประเทศ ตอนแรกก็เป็นลักษณะสั่งซื้อและแพ็กส่งออกธรรมดา ต่อมาเมื่อมีออร์เดอร์เยอะจะต้องทำเป็นระบบการส่งออก ทำให้ต้องเริ่ม” ศศิธร บอก

เราเรียนรู้และศึกษาระบบการส่งออก ทำมาเรื่อยๆ จากเดิมจะขายในประเทศเป็นหลัก ต่อมากลับกลายเป็นส่งออกเป็นหลัก 90% ขายในประเทศ 10% จากยอดการผลิตสินค้าเดือนละ 5,0006,000 ชิ้น

ปัจจุบันร้าน At Home โตขึ้นทุกๆ ปี ต้องขยับขยายเพิ่มเติม แรกเริ่มอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ก็ขยับขยายเพิ่ม มาสยามเซ็นเตอร์ก็อยู่ในแผนกขายสินค้าตกแต่งทั่วไป รวมสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ได้มีร้านของตัวเอง แต่ปัจจุบันได้มีร้าน At Home ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 5 และที่สยามพารากอน

สินค้าของ At Home จะมีความแตกต่างกันทั้งที่วางขายในสวนจตุจักร สยามดิสคัฟเวอรี่ และสินค้าที่ส่งออกในต่างประเทศจะไม่นำมาขายในประเทศไทยเด็ดขาด รูปแบบโปรดักต์จะแตกต่างกัน เพราะกลัวเรื่องการก๊อบปี้สินค้า

ระยะหลังพอไปออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ที่กรมส่งเสริมการส่งออก จัดใน 12 วันแรกจะเป็นงานออกร้านเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าจากต่างประเทศมาเลือกซื้อสินค้า และวันที่เหลือจะเปิดเป็นวันให้ประชาชนทั่วไปซื้อของได้ ซึ่งสินค้าที่ตั้งวางโชว์อยู่ได้รับความสนใจจากลูกค้าคนไทยมาก ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนต้องหันมามองตลาดในประเทศมากขึ้น

กว่าจะฟันฝ่ามาได้ถึง 15 ปี ศศิธร เล่าว่า ก็มีปัญหาอุปสรรคบ้าง ในช่วงแรกๆ การเริ่มต้นทำธุรกิจแบบไม่รู้อะไรเลย ไม่มีประสบการณ์ด้านการขายสินค้าและการติดต่อธุรกิจ ก็ทำให้ติดๆ ขัดๆ บ้าง แต่ก็ฟันฝ่ามาได้ คิดว่าทุกอย่างเราต้องค่อยๆ เรียนรู้และศึกษาได้ ต้องเหนื่อยและต้องลุ้นว่าแต่ละวันจะขายสินค้าได้หรือไม่

ตอนนี้คิดว่าอุปสรรคสำคัญที่สุด คือเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ซบเซา และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงปัญหาด้านความวุ่นวายด้านการเมืองทำให้เมื่อจัดงานแสดงสินค้าเชิญชวนต่างชาติมาดูงาน เขาจะไม่กล้าที่จะเข้ามา เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์ภายในประเทศไทย แทนที่จะขายของได้กับขายไม่ได้

เรื่องเศรษฐกิจทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันขายของได้ยากขึ้น แต่ประเทศอื่นไม่มีปัญหาความวุ่นวายการเมืองและไม่มีปัญหาค่าเงินบาท ทำให้ต่างประเทศเขามีโอกาสที่จะขายของได้มากกว่าเรา

ยิ่งช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าจากที่ส่งออกได้ 3839 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตอนนี้ค่าเงินอยู่ที่ 3233 ทำให้ต้องปรับตัวมาก เพราะไม่สามารถที่จะขึ้นราคาสินค้าได้ ดังนั้นเราต้องรับภาระทั้งหมดเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนการบริหารภายในบริษัทเองให้กระชับมากขึ้น เพื่อลดต้นทุน

ปัญหาสินค้าถูกเลียนแบบก็เป็นปัญหาหนึ่งที่เราประสบอยู่ แรกๆ ถึงไม่ขายของในประเทศ เราจะแยกชัดเจนว่าสินค้าที่ส่งออกในต่างประเทศจะไม่ขายในประเทศ เพราะกลัวว่าจะถูกก๊อบปี้

คนไทยเรามีการก็อปปี้กันเอง ถามว่าเราก็อปปี้ไหม เราก็ดูของสินค้าคนอื่นมา แต่ก็ไม่เอาทั้งหมด เพราะเรามีคอนเซ็ป มีรูปแบบ และมีสไตส์เป็นของของตัวเอง แต่ที่เจอทั้งก็อปปี้ทั้งรูปแบบและคอนเซ็ป

“เท่าที่ทราบจีนก็มีการทำก๊อบปี้ ส่วนใหญ่ลูกค้าต่างชาติก็เอาของมาให้ดูว่าเหมือนของเราเลย เมดอินไชนา ราคาจะถูกกว่าของของเรามาก แม้ดูว่าลักษณะภายนอกไม่แตกต่างกัน แต่คุณภาพและคอนเซปต์จะเห็นความแตกต่าง ดังนั้นสินค้าของ At Home ราคาสินค้าจะเป็นไปตามเหตุผลของมัน” ศศิธร บอก

ด้วยจุดเด่น ของเราที่ใช้ไม้เก่าจริงๆ มาทำให้สินค้าเป็นรูปแบบโมเดิร์น ร่วมสมัย นี้คือจุดเด่นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว และทุกวันสินค้าในตลอด 15 ปีก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่คอนเซ็ปไม่เปลี่ยนแปลง ใช้เสน่ห์ของไม้เก่ามาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ยิ่งช่วงนี้ทั่วโลกตื่นตัวกับกระแสะโลกร้อน มีการรีไซเคิลของใช้แล้ว การนำไม้เก่ามาทำผลิตภัณฑ์ เท่ากับไม่เบียดเบียนทรัพยกรธรรมชาติ มีการตัดไม้ทำลายป่า ยิ่งทำให้สินค้าได้รับการตอบรับดีมาก อีกอย่างจุดเด่นหนึ่งของเรา คือ ดีไซน์แแบบทัชชี่ คือคนสามารถที่จะสัมผัสได้ ความรู้สึกสบาย ธรรมชาติคือคนเข้าใจว่า มีดอกไม้ ผีเสื้อ เป็นสิ่งที่คนทั่วไปชอบอยู่แล้ว

“เราเป็นงานที่มีกลิ่นของเก่าอยู่ เราต้องการรักษาคาแร็กเตอร์นี้ไว้เป็นจุดยืนของเรา และโดยรวมแล้วเราเน้นที่อารมณ์ของงาน ทำให้มันมีฟีลลิ่งของธรรมชาติ ต้นไม้ ผีเสื้อ ดอกไม้ ที่เขียนหรือพิมพ์ลงบนไม้ เป็น Wall Art เราใช้โทนสีสบายๆ ที่เป็นโทนทะเล คือ สีขาว, สีฟ้า และสีเขียว เป็นสีที่คุมโทน ซึ่งกัน และกัน สีลอกๆ มันจะให้อารมณ์เหมือนกับไม้ที่โดนน้ำซัด

งานทุกชิ้นเราสร้างจากไม้เก่า เอามารีเคลมใช้อีกที โดยซื้อไม้เก่าที่เขารื้อแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือโรงเรียน เราเป็นเจ้าแรกที่ใช้ไม้เยอะมาก เอาเศษไม้พวกนี้มาใช้ เติมโน่น แต่งนี่ เอาสีปาดเข้าไป การแต่งเติมให้เป็นศิลปะ มีดีไซน์

ศศิธร บอกว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจก็สนุกดี แต่การเป็นพนักงานบริษัทเราก็อยู่ในแวดวงงานที่เราทำ แต่พอมาทำธุรกิจเอง ต้องมีความหลากหลาย ต้องรู้จักคนทุกประเภททั้งระดับคนงาน ระดับเจ้าของนักธุรกิจ ลูกค้า ผู้ซื้อต่างประเทศ ได้ความกว้างขวาง และใช้ความสามารถที่รอบด้านมาก แต่ถ้าเราอยู่ทำงานบริษัทจะได้แต่มุมทางลึก

การเริ่มต้นการทำธุรกิจใหม่ ต้องทำเองทุกอย่าง คิดเอง และขึ้นต้นแบบ เพื่อให้ช่างไปทำต่อ รวมทั้ง เปิดร้าน ขนของ ไม่เคยที่จะงานหนักและเหนื่อยอย่างนี้มาก่อน แต่ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ก็สู้สนุกกับงานช่วงแรกๆ เหนื่อยมาก เพราะใหม่ทุกอย่างสำหรับเรา

ตอนที่งานบริษัทก็มั่นคงแต่ว่าพอถึงจุดหนึ่งด้วยที่เราเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉย เราชอบค้นหาประสบการณ์แปลกใหม่ ทำอะไรที่ท้าทาย ก็ตัดสินใจออกมา มาเรียนรู้มากขึ้นจากเดิมไม่รู้เรื่องส่งออกเลย มาเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม การแบ่งงานกับหุ้นส่วน ด้านการตลาดทำเองงานหลักๆจะดูด้านลูกค้า ส่วนคุณฉลองจะดูด้านดีไซน์ และการผลิต แต่เราจะร่วมกันคอมเมนท์งาน ก็มีการพูดกันตรงๆ

ตอนแรกที่มาทำธุรกิจคิดว่าเราก็ทำงานมาหลายปีเราก็พร้อมน่าจะทำได้ เพราะเรามองจากข้าง

ในออกไปก็คิดไม่น่ายากเรื่องการทำธุรกิจการส่งออก การขายของ เพราะเรามองจากความไม่รู้ พอเข้าไปทำงานจริงมีอะไรอีกเยอะ ต้องเรียนด้วยตันเอง และเพื่อนร่วมส่งออกด้วยกัน ทำให้เรามีวงสังคมที่กว้างมากขึ้น ได้เปิดโลกออกไปเยอะมาก ถ้ามีขาดอะไรก็ต้องไปแสวงหาความรู้ ไปเทคคอร์ส ด้านการส่งออก การทำบัญชี ภาษาอังกฤษทั้งพูดทั้งเขียน อะไรไม่รู้ก็ต้องเรียนรู้ เราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ “พอมานึกย้อน ก็คิดว่าที่ประสบความสำเร็จเพราะอะไร ก็คงเป็นเพราะที่เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะหุ้นส่วนทั้งหมดชอบการเปลี่ยนแปลง ใหม่ๆ เป็นพวกขี้เบื่อ” ศศิธร ระบุ

ศศิธร เล่าว่า เริ่มที่ลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจเต็มตัว ก็หลังจากจบป.โท จากญีปุ่นมาอายุประมาณ 2728 ปี ทำงานประจำ 45 ปีและลาออกมาทำธุรกิจจริงจังก็อายุประมาณ 30 กว่าปี ตอนนี้ก็อายุ 40 ปี ถามว่าจะทำงานอีกนานไหมก็ตอบว่ายังสนุกับงานทำไปเรื่อยๆ คิดงานทุกๆวัน คิดว่ามัน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงก็ว่าได้ แต่ไม่ได้เครียดนะ

สำหรับเงินทุนก็ใช้ทุนส่วนตัว ตอนแรกใช้เงินทุนประมาณหลักแสนบาท ในช่วง 23 ปี ไม่มีกำไรเลย มีเงินก็เอาไปหมุนตลอด จ่ายค่าแรง ซื้อวัตถุดิบอุปกรณ์ ไม่ได้ใช้เงินกู้จากแบงก์เลย ไม่รู้ว่าแบงก์จะให้กู้หรือไม่ ไม่มีความรู้ว่าจะกู้เงินอย่างไร ใช้หลักทรัพย์อะไรไปค้ำประกัน และการกู้เงินแบง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69