
วสันต์ชี้การเมืองเหมือนสนามรบทำปรองดองยาก
ครบรอบ 14 ปี ศาลรัฐธรรมนูญ "วสันต์" ยัน ศาลทำหน้าที่เป็นกลาง เปรียบการเมืองเหมือนสนามรบทำปรองดองเกิดยาก วอนทุกฝ่ายประนีประนอม
ครบรอบ 14 ปี ศาลรัฐธรรมนูญ "วสันต์" ยัน ศาลทำหน้าที่เป็นกลาง เปรียบการเมืองเหมือนสนามรบทำปรองดองเกิดยาก วอนทุกฝ่ายประนีประนอม
นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษในโอกาสครบรอบ 14 ปี ของการก่อตั้งศาลรัฐธรรมนูญ ภายใต้หัวข้อ "เรื่องเล่าจากศาลรัฐธรรมนูญ" ว่า ที่ผ่านมามีคนเข้าใจศาลรัฐธรรมนูญแบบผิดๆ มีการสร้างวาทกรรมแปลกๆ จนทำให้สังคมเข้าใจผิด โดยผู้สร้างวาทกรรมเหล่านั้น ก็ไม่เข้าใจว่าที่ตัวเองพูดหมายความว่าอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญตั้งขึ้น เดิมเป็นที่ชื่นชอบจากบุคคลหลายกลุ่มว่า เป็นที่รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครพูดถึงข้อดีของศาลรัฐธรรมนูญอีก
"อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ 80 เปอร์เซนต์ จะวินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขณะที่คดีการเมืองมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่คนที่มีส่วนได้เสียมีจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ มากกว่าหน้าที่หลักของเรา อาทิ คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การยุบพรรคตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากเกิดกรณีที่กรรมการบริหารพรรคโดนใบแดง ศาลรัฐธรรมนูญก็ทำหน้าที่ เสมือนคนเก็บศพเท่านั้น โดยศาลรัฐธรรมนูญจะตีความไม่ยุบพรรค เว้นแต่มีข้อแก้ตัวที่เป็นเหตุให้ศาลมีความปรานี เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าต่อไป" นายวสันต์ กล่าว
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันการวินิจฉัยคดีของตุลาการไม่มีอคติ ไม่เอื้อประโยชน์ผู้ใด แม้มีเสียงกดดันจากภายนอกก็ไม่เคยนำมาใส่ใจและไม่นำมาเป็นอารมณ์ เพราะจะกระทบต่อความคิดและจิตสำนึกในการพิจารณาคดี พร้อมยืนยันไม่มีสองมาตรฐานในศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคำร้องเรื่องสถานภาพของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังไม่เคยมีบรรทัดฐาน จะอ้างสองมาตรฐานไม่ได้ เพราะสองมาตรฐานจะต้องมีข้อหาและข้อเท็จจริงเดียวกัน แต่ตัดสินไม่เหมือนกัน
สำหรับแนวคิดของฝ่ายการเมืองที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายวสันต์ กล่าวว่า คงไม่น่าจะยกเลิก แต่หากจะยกเลิกมองว่าจะเกิดปัญหา แต่ควรจะมีองค์การที่จะมาทำหน้าที่ตัดสินว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมองว่าหากโยนให้ศาลฎีกาตัดสินเหมือนในอดีต ศาลฎีกาก็มีภาระคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบอีกมาก หากศาลฎีกาตัดสินกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะมีการออกมาแสดงความไม่พอใจต่อศาลได้
นายวสันต์ ยังเชื่อว่า การปรองดองคงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างยึดความคิดของตัวเอง และมองทัศนะของฝ่ายตรงข้ามผิดพลาด โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ขณะนี้เหมือนอยู่ในสนามรบ การปรองดอง จึงเป็นเรื่องยาก แต่เสนอว่าให้ทุกฝ่ายใช้หลักการประนีประนอม ผ่อนปรนให้แก่กัน ลดความต้องการของตัวเอง อย่างไรก็ตามประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือการถอนงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า







