
ประเด็นร้อน29มี.ค.
ปมงานวิจัยปรองดองไม่ทันจาง มาเจอผลโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นกรรมาธิการชนิดที่เพื่อไทยอึ้งเมื่อพ่ายประชาธิปัตย์ ต้องจับประเด็นแก้เกมการเมืองวันนี้ ขณะที่ประชุม ครม.เกาะติดมติรับเทศกาลสงกรานต์
ปมงานวิจัยปรองดองไม่ทันจาง มาเจอผลโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นกรรมาธิการชนิดที่เพื่อไทยอึ้งเมื่อพ่ายประชาธิปัตย์ ต้องจับประเด็นแก้เกมการเมืองวันนี้ ขณะที่ประชุม ครม.เกาะติดมติรับเทศกาลสงกรานต์
1.ไม่มีทีท่าปรองดองรังแต่จะขยายผลสู่ความวุ่นวายยิ่งขึ้น กับผลวิจัยปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า แม้สภาสูงจะรับรองผลงานวิจัยตามที่กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาความปรองดองแห่งชาติไปแล้วก็ตาม โดยจะส่งให้สภาล่างพิจารณาอีกครั้งวันที่ 4 เม.ย. แต่คงมีฝุ่นตลบ เมื่อพล.ต.สนั่นขจรประศาสน์ เรียกร้องให้ พล.อ.สนธิบุญยรัตกลิน ประธาน กมธ. รีบถอนงานวิจัยก่อนถึงวันที่ 4 เม.ย. เพราะถ้าดึงดันอาจนำไปสู่มวลชนสองฝ่ายปะทะกันนอกสภา ติดตามท่าที พล.อ.สนธิ จะยืนกรานเดินลุยไฟหรือยอมถอนงานวิจัย
2.อีกปมตามมาเมื่อพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ตั้งข้อสังเกตอาการรวบรัดส่งผลวิจัยเข้าสภาล่างอาจเป็นไปได้ให้มีการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เพราะในรายงานดังกล่าวอ้างว่าเข้าข่ายความมั่นคง ซึ่งอาจถูกตีความให้ออก พ.ร.ก.ได้ จึงทำให้สถานการณ์ร้อนขึ้นหากเป็นจริง โดยเฉพาะคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ โฟนอินบอกมวลชนเสื้อแดงจ.สุรินทร์ เมื่อไม่นานนี้จะกลับเมืองไทยอย่างเท่ๆ อีกทั้งเตรียมบินเข้ากัมพูชา-ลาวให้พี่น้องเสื้อแดงร่วมรดน้ำดำหัวฉลองสงกรานต์ ท่ามกลางความเร่งรีบคนในพรรคทำหลายอย่างสนอง พ.ต.ท.ทักษิณให้สำเร็จถูกนำมาโยงใยออก พ.ร.ก.ให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านอย่างเท่ๆ เป็นไปได้ทั้งสิ้น จึงต้องสอบทานความชัดเจนรัฐบาลและ สส.เพื่อไทยต่อข้อสังเกตปชป. จินตนาการหรือความจริงจำเป็นต้องอธิบาย
3.จับตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังคงชุลมุนอีก เมื่อเพื่อไทยพลาดท่าเสียทีพ่ายการโหวตในที่ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ของรัฐสภา โดยที่ประชุมลงมติตามข้อเสนอ ปชป.ให้เลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 200 คนเรียกได้ว่า ชนะเสียงรัฐบาลที่ต้องการได้ส.ส.ร. 99 คน มาจากการเลือกตั้ง 77 คนและจากการคัดเลือกรัฐสภา 22 คน เพื่อไทยจะทำอย่างไร เพราะแม้จะไปโหวตทบทวนได้ในที่ประชุมรัฐสภา ถ้าขืนหักมติ กมธ. เท่ากับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดยมิชอบ
4.ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลื่อนจากวันอังคารมาเป็นวันที่ 29 มี.ค.นอกจากติดตามการรายงานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอความคืบหน้าโครงการแท็บเล็ตแจกนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ยังมีปมการลงนามบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูกับบริษัทจีน เข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา190 หรือไม่ ต่อเนื่องกันบ่ายโมงกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมกรรมการบริหารนโยบายแท็บเล็ตที่ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2
5.วาระประชุม ครม.รองรับเทศกาลสงกรานต์ น่าสนใจไม่แพ้กัน วันนี้ต้องรอฟังมติ ครม.เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ในเทศกาลหยุดยาว ทั้งมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน ด้านกระทรวงคมนาคมเสนองดเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ มาตรการจัดโซนนิงดื่มแอลกอฮอล์
6.ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ พ.ร.บ.ยางแห่งประเทศไทยสาระสำคัญการจัดหมวดหมู่อำนาจการบริหารจัดการของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง องค์การสวนยาง สถาบันวิจัยยาง ให้มาอยู่ภายใต้การจัดการขององค์กรที่มีชื่อว่าการยางแห่งประเทศไทย ประกอบกับการปรับปรุงการดูแลบริหารจัดการ กองทุนพัฒนายางพารา ให้สามารถส่งเสริมและดูแลได้ทั้งระบบ และสามารถรักษาระดับเสถียรภาพราคายางพาราได้ต่อไป
7.วาระสร้างบรรทัดฐานใหม่ เมื่อกระทรวงยุติธรรมเสนอแนวทางและหลักเกณฑ์ในการชดเชยช่วยเหลือเยียวยาบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยแบ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ประชาชนทั่วไปที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 3,000 คน และจะใช้งบ 500 ล้านบาท 2.กลุ่มที่เป็นข้าราชการใช้งบ 200 ล้านบาท 3.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบกรณีเหตุการณ์พิเศษ เช่น เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ และเหตุการณ์ตากใบ เบื้องต้นกำหนดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือรายละไม่เกิน 7.5 ล้านบาท ใช้งบ 1,000 ล้านบาท4.กลุ่มที่สูญเสียเสรีภาพ คาดว่าจะใช้งบ300 ล้านบาท
8.วันนี้ที่รัฐสภามีกระทู้ถามสดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงการรับจำนำข้าว หลังลงพื้นที่พบข้อมูลว่าราคาที่ประกาศรับจำนำไว้เกวียนละ 1.5 หมื่นบาทแต่เอาเข้าจริงกลับถูกกดราคาด้วยเรื่องความชื้นจนราคาอยู่ที่8,000-9,000 บาท รวมทั้งปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงิน และอีกกระทู้เรื่องนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่ดีเดย์วันที่ 1 เม.ย.นี้ จะมีจังหวัดนำร่องเพียงแค่7 จังหวัดเท่านั้น งานนี้ต้องติดตามการไล่บี้จากฝ่ายค้านและข้อเท็จจริงผ่านคำชี้แจงจากรัฐบาล ในประเด็นทั้งสองเรื่องนี้ว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร
9.ภาษียาสูบถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอีกครั้ง โดยวันนี้เวลา 11.00 น.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เชิญผู้เชี่ยวชาญภาษียาสูบจากองค์การอนามัยโลก(WHO) มาแถลงข่าวนโยบายการขึ้นภาษีของรัฐบาลไทย ห้องกมลมาศ ชั้น 6 โรงแรมสยามซิตี กรุงเทพฯ ประเด็นน่าสนใจจากกลุ่มนักวิชาการ WTO ให้เหตุผลหากขึ้นภาษียาสูบทำให้ลดจำนวนนักสูบได้ ภาครัฐมีแต่เพิ่มรายได้เข้าประเทศปกป้องสุขภาพคนไทยจากควันบุหรี่ ข้อเสนอแบบนี้สื่อสารถึงภาครัฐจะเห็นด้วยหรือไม่ ต้องติดตาม







