posttoday
แจ้งจับหนุ่มตุ๋นอ้างพาเข้าทัพเรือได้

แจ้งจับหนุ่มตุ๋นอ้างพาเข้าทัพเรือได้

26 มีนาคม 2555

แจ้งจับ หนุ่มอ้างตัวเป็นเรือโทร่วมกับ ตร.หญิงสันติบาลหลอกตุ๋นเงินอ้างช่วยเข้าเป็นนายทหารเรือได้

แจ้งจับ หนุ่มอ้างตัวเป็นเรือโทร่วมกับ ตร.หญิงสันติบาลหลอกตุ๋นเงินอ้างช่วยเข้าเป็นนายทหารเรือได้

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) กลุ่มผู้เสียหายชายหญิงซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราว สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ปริญญา ปาละ พงส. (สบ 2) กก.4 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความกรณีถูกนาย กล้าณรงค์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งอ้างตัวเป็นนายทหารเรือยศร้อยโท สังกัด กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ร่วมกับ ส.ต.ท.หญิง สังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และหญิงสาวอีก 1 คน หลอกลวงว่ามีการเปิดรับนายทหารเรือเหล่าสารบรรณโควต้าพิเศษเป็นการภายในแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทำให้มีผู้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีไปให้กว่า 70 คนทั้งที่ไม่มีโครงการดังกล่าวอยู่จริง เหตุเกิดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554-20 มีนาคมที่ผ่านมา

น.ส.นุ่น (นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2554 ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานว่ามีนายทหารเรือยศร้อยโทซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนให้ข้อมูลว่าทหารเรือจะเปิดรับเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรเหล่าสารบรรณจึงสนใจติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ของนายทหารเรือผู้นี้ที่ให้ต่อๆกันมา เมื่อได้พูดคุยเขาก็อ้างตัวเป็นเรือโท สังกัดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ และให้ข้อมูลว่าทางต้นสังกัดกำลังเปิดรับสมัครนายทหารเรือเป็นการภายในแต่ไม่ได้ระบุว่าเปิดรับกี่อัตรา หากสนใจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงิน 55,000 บาท พร้อมทั้งให้ข้อมูลหน้าเฟสบุ๊คของเขาชื่อ Klanarong Recon เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และหมายเลขบัญชีธนาคารซึ่งเขาบอกว่าเป็นของแฟนสาวซึ่งเป็นตำรวจหญิงสังกัดสันติบาล

น.ส.นุ่น กล่าวต่อว่า หลังได้ข้อมูลมาก็เข้าไปดูที่หน้าเฟสบุ๊คของเขาก็พบว่ามีภาพชายผู้นี้ทั้งที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศ แต่งกายด้วยชุดลายพราง รวมทั้งยังมีการโพสต์ข้อความเรื่องการเปิดรับสมัครนายทหารไว้ด้วย นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบชื่อของตำรวจหญิงสังกัดสันติบาลที่เป็นแฟนของเขาก็พบว่ารับข้าราชการตำรวจอยู่จริงจึงหลงเชื่อจ่ายเงินค่าดำเนินการไปให้ เมื่อจ่ายเงินไปแล้วก็ได้รับเอกสารบันทึกข้อความ มีตราครุฑส่งกลับมาให้ระบุข้อความว่าเป็นบุคคลพลเรือนผู้สนับสนุนกิจการกองทัพเรือชำระเงินมาแล้ว และระบุว่าให้เก็บเอกสารนี้อย่าให้สูญหายเพื่อเป็นหลักฐานในการยื่นคำร้อง ลงชื่อโดย นาวาเอกนายหนึ่ง ตำแหน่งผู้บังคับการ จากเอกสารดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น

น.ส.นุ่น กล่าวว่า หลังจ่ายเงินไปแล้วก็ได้รับการติดต่อให้ตรวจสอบสภาพร่างกายที่ชมรมดำน้ำตื้น กองทัพอากาศ เข้าไปว่ายน้ำ วิ่ง จากนั้นชายคนนี้ก็นัดให้พาบิดามารดามารายงานตัวแต่ก็เลื่อนมาแล้งหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นช่วงประสบภัยน้ำท่วมบ้าง รายชื่อผู้สมัครมีการแจ้งถอนบ้าง หรือถูกจับกุมคดีฉ้อโกงอยู่ที่ จ.บึงกาฬ จึงเริ่มสงสัยว่าอาจถูกหลอกจึงติดต่อเพื่อนคนอื่นๆก็ทราบว่าแต่ละคนเสียเงินไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ 55,000 บาท ถึง 300,000 บาท และเมื่อติดต่อขอเงินคืนนายกล้าณรงค์ก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าเงินได้เข้ากองทัพไปแล้วเอาออกมาไม่ได้จึงรวมตัวกันทวงเงินคืน

น.ส.นุ่น กล่าวว่า พวกตนเปิดเฟสบุ๊ครวมผู้เสียหายมาได้ 40 กว่าคนก็มีการเจรจาขอให้นายกล้าณรงค์คืนเงินแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับนายกล้าณรงค์ซึ่งพบว่าชื่อนายทหารเรือที่ปรากฏในเอกสารยืนยันว่าได้รับเงินไปนั้นมีตัวตนอยู่จริงแต่นายกล้าณรงค์นั้นไม่ได้เป็นทหารเรือ แต่เป็นผู้ผ่อนผันการเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อพวกตนติดต่อไปทางตำรวจหญิงที่เป็นแฟนสาวก็ทราบว่ามีการหมั้นกันแล้วแต่เขาอ้างว่าไม่ทราบว่าแฟนหนุ่มไม่ได้เป็นทหารเรือ

นอกจากนี้ยังพยายามดึงผู้บังคับบัญชาตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องโดยให้มาพูดคุยกับพวกตนว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและน่าจะถูกหลอกเหมือนกันแต่พวกตนพบหลักฐานว่าหลังจากที่เกิดเรื่องแล้วทั้งสองก็ยังติดต่อช่วยเหลือกันอยู่โดยมีความพยายามให้ตำรวจหญิงคนนี้ไปแจ้งความไว้ว่าถูกหลอกเหมือนกันเพื่อกันตัวเองออกจากการเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี ซึ่งพวกตนเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงพยายามรวบรวมผู้เสียหายทั้งหมดซึ่งคาดว่ามีประมาณ 70 กว่าคนให้มาแจ้งความแต่ปรากฏว่าสามารถรวมตัวกันได้เพียง 10 คนเท่านั้นซึ่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป.ได้แนะนำให้นำหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งความ ที่ สน.ปทุมวันเพื่อดำเนินดคีกับผู้ทีเกี่ยวข้องทั้งหมดในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน