
จี้ปปช.เร่งสอบทุจริตซื้อคุรุภัณฑ์อาชีวะ
เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ให้เร่งตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ อาชีวะศึกษา 884 ล้านบาท
เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ให้เร่งตรวจสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ อาชีวะศึกษา 884 ล้านบาท
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ(ภตช.)เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อขอให้เร่งสรุปคดีการจัดซื้อครุภัณฑ์ในโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 : ไทยเข้มแข็ง หรือ เอสพี 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)มูลค่ากว่า 884 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการรับวัสดุครุภัณฑ์ดังกล่าวของวิทยาลัยต่าง ๆ โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม และภตช.
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ภตช.ได้ตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยที่ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ เป็นรมช.ศึกษาธิการ(ศธ.) กำกับดูแล สอศ.และมี น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)รวมถึงก่อนทำสัญญาจัดซื้อ เคยถูกท้วงติงมาหลายรอบโดย ปปช.ได้มีการตั้งคณะทำงานและคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและผลออกมาว่าทั้งคณะทำงานและคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว โดยจะมีข้าราชการถูกลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างน้อย 7-8 คน
น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า การจัดซื้อครุภัณฑ์จำนวนดังกล่าวได้ดำเนินการตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา โดยได้ผ่านความเห็นชอบและอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการครุภัณฑ์ จากรมว.และรมช.ศธ. อย่างไรก็ดี ในส่วนของเงิน884 ล้านบาท เป็นงบฯในส่วนที่เหลือของงบประมาณไทยเข้มแข็งที่ประกวดราคาไปแล้ว โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2554 ได้มีการอนุมัติโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ในวงเงิน 1,600 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ครม.อนุมัติในวันเดียวกันกับการอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา
อย่างไรก็ดี หลังจากที่สอศ.ได้รับอนุมัติให้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว สำนักสำนักนโยบายและแผน ได้จัดทำรายละเอียดความต้องการครุภัณฑ์ของแต่ละวิทยาลัยพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามขั้นตอน โดยผ่านกระบวนการจัดหาครุภัณฑ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ 2549 ซึ่งสำนักงบฯก็ได้ดูแล้ว และผ่านครม.เห็นชอบแล้ว และไม่ ซึ่งการดำเนินการต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเลขาธิการกอศ.คนใหม่
“เราจะมีกรรมการเข้าไปตรวจรับครุภัณฑ์ทุกวิทยาลัย หากพบว่าครุภัณฑ์ไม่ตรงตามสเป็กที่กำหนด กรรมการต้องไม่ตรวจรับ เพราะถ้ารับก็มีความผิด แต่เรื่องนี้ทำไมปัญหาเกิดขึ้นที่เดียว เพราะมีถึง 19 วิทยาลัย ดังนั้นก็ควรจะไปตรวจดูวิทยาลัยที่เหลืออีก 18 แห่งด้วย” น.ส.ศศิธารา กล่าว







