
กมธ.ปรองดองถอยไม่ใช้เสียงข้างมากรวบรัด
กมธ.ปรองดอง ถอยไม่ใช้เสียงข้างมากรวบปรองดอง พร้อมตัดตัวเลขเสียงหนุน'นิรโทษกรรม-ล้มคตส.'ทิ้ง ใส่เนื้อหาวิจัยทั้งหมดแทน 'วุฒิสาร' รับแนวทางนี้ แต่หวั่นกมธ.บางคนไม่เห็นด้วย
กมธ.ปรองดอง ถอยไม่ใช้เสียงข้างมากรวบปรองดอง พร้อมตัดตัวเลขเสียงหนุน'นิรโทษกรรม-ล้มคตส.'ทิ้ง ใส่เนื้อหาวิจัยทั้งหมดแทน 'วุฒิสาร' รับแนวทางนี้ แต่หวั่นกมธ.บางคนไม่เห็นด้วย
นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ได้เข้าพบนายชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพื่อขอให้ทบทวนการมีมติเสียข้างมากลงความเห็นการสร้างความปรองดองใน 2 แนวทางทั้งการให้อภัยผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมและการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
นายชวลิต กล่าวยืนยันว่า กมธ.เข้าใจการทำงานของคณะผู้วิจัยเป็นอย่างดีเพราะการทำงานของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากกมธ. ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสบายใจทางกมธ.จะตัดตัวเลขเสียงข้างมากดังกล่าวออกไปโดยจะเสนอแนวทางข้อเสนอการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าทั้งหมดแทน ควบคู่ไปกับการแนบความเห็นของกมธ.ซีกฝ่ายค้านที่แสดงความเห็นคัดค้านไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ของกมธ.ที่จะเสนอต่อสภาฯภายในวันที่ 15 เม.ย.โดยการตัดเสียงของกมธ.เสียงข้างมากออกจากรายงานไม่มีความจำเป็นต้องขอมติจากที่ประชุมกมธ.อีกแต่อย่างใด
"แม้จะมีหลายฝ่ายทักท้วงไม่ให้ส่งรายงานกมธ.ไปให้สภาฯภายในวันที่ 15 เม.ย.เพราะต้องการให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายแต่ในเมื่อกมธ.ทำงานพิจารณาเสร็จแล้วก็มีความจำเป็นต้องให้สภาฯตามกรอบเวลาโดยขอให้การเปิดเวทีนั้นเป็นเรื่องของสภาฯพิจารณา และจะไม่มีการทบทวนในกรณีที่ฝ่ายค้านขอให้กมธ.เรียกประชุมกมธ.อีกครั้งเพื่อทบทวนผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าและรายงานของกมธ.ปรองดอง" นายชวลิต กล่าว
ด้าน นายวุฒิสาร กล่าวว่า เมื่อได้เห็นท่าทีของเลขานุการกมธ.ดังกล่าวก็เกิดความสบายใจในระดับหนึ่งแต่ไม่แน่ใจว่ากมธ.ทุกคนจะเห็นด้วยกับนายชวลิตหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าแนวทางการสร้างความปรองดองจะต้องใช้เวลาไม่สามารถเร่งรัดดำเนินการได้เพราะถือว่าความขัดแย้งมีมานานมากแล้ว จึงทำให้ในรายงานการวิจัยได้เน้นย้ำว่าต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยส่วนรวมก่อนเพื่อให้ดำเนินการสร้างความปรองดองได้
"การสร้างความปรองดองมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดเวทีสานเสวนาเพื่อให้ทุกฝ่ายมารับทราบและร่วมเสนอแนะการสร้างความปรองดอง โดยการทำในส่วนนี้เป็นไปเพื่อให้สังคมเกิดความเห็นร่วมกันว่าต้องการแก้ไขปัญหาอย่างไร" นายวุฒิสาร







