
ปลอดเผยพื้นที่แก้มลิงอยู่ไกลจากกทม.
“ปลอดประสพ” ยังไม่เคาะ พื้นที่แก้มลิง เหตุต้องหาให้ไกลจาก กทม. คาด ใช้บริเวณหนองน้ำ ใกล้ลำคลอง
“ปลอดประสพ” ยังไม่เคาะ พื้นที่แก้มลิง เหตุต้องหาให้ไกลจาก กทม. คาด ใช้บริเวณหนองน้ำ ใกล้ลำคลอง
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้นำภาคเอกชนที่จะร่วมการขุดลอกคูคลอง เข้าหารือกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เกี่ยวกับแนวทางการขุดลอดคูคลองเพื่อการระบายน้ำ และพื้นที่แก้มลิง
นายปลอดประสพ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวถึงการจัดหาพื้นที่แก้มลิง ว่า เนื่องจากประชาชนสนใจว่ารัฐบาลจะใช้พื้นที่มากน้อยขนาดไหน และหากกระทบกับประชาชนจะช่วยเหลืออย่างไร จึงขอเรียนว่าอาจต้องใช้เวลาอีกระยะสั้นๆ เรื่องนี้ใช้ความรอบคอบระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะตามหลักการ น้ำจะต้องอยู่แม่น้ำลำคลองเป็นหลัก ทำให้เราสามารถควบคุมได้เพราะเรามีประตูระบายน้ำ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องให้น้ำออกมา แต่ต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการ คือให้รู้ว่าน้ำออกมาอยู่ที่ไหน ควบคุมได้ และระบายให้ออกไป โจทย์คือเราอยากให้มีที่ชะลอน้ำ ไม่ใช่ที่เก็บน้ำหรือทิ้งน้ำ เพื่อให้ชะลอน้ำได้ประมาณ 5พันล้านลูกบาศก์เมตร
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ทัวร์นกขมิ้นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาและหาพื้นที่ชะลอน้ำได้แล้วประมาณ 1.5 ล้านไร่ แต่เนื่องจากบางส่วนอยู่ใกล้กรุงเทพฯมากเกินไป จึงต้องหาพื้นที่อื่นเพิ่มเติม ที่ไกลจากกรุงเทพฯ และต้องอยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง ทั้งนี้ หากจะประกาศต้องมั่นใจว่าได้คุยกับเจ้าของบ้านชัดเจน ทั้งผู้ว่าฯ นานอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงประชาชนผู้ใช้พื้นที่นั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงพื้นที่กรรมสิทธิ์ เพราะถ้าหากเมื่อไหร่ไปใช้ ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าใช้เฉพาะปีนี้เท่านั้น เพราะการก่อสร้างเพื่อป้องกันน้ำท่วมทั้งหลายแหล่ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าเราไปประกาศให้ชาวบ้านว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมทุกปี วันหน้าเขาจะไปซื้อไปขายไม่ได้
“ตอนแรกสรุปว่า1.5 ล้านไร่ ตอนนี้เราไม่เอาแล้ว แต่จะหาที่ใหม่ซึ่งไกลจากกรุงเทพฯก็หวังว่าจะน้อยกว่า1.5ล้านไร่ เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีบึง หนองน้ำเยอะ ประชาชนไม่ใช้ ติดลำคลอง คาดว่ากินพื้นที่จังหวัดกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง หากพื้นที่เป็นของประชาชน ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ต้องยินยอมพร้อมใจ และรัฐบาลจะเยียวยาให้อย่างเหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือนจะหาที่ชะลอน้ำได้ แต่ไม่ควรรีบร้อนเกินกว่าเหตุ ต้องลงพื้นที่ และตรวจสอบให้ละเอียดก่อน” ประธาน กบอ. กล่าว
สำหรับเรื่องคลองเพื่อการระบายน้ำ จำต้องพึ่งคูคลองในกรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่ง กทม. อาจไม่ได้ดูแลนาน และเห็นว่างานเยอะก็ให้หน่วยราชการอื่นๆเข้าไปช่วยทำ รวมถึงประชาชนและภาคเอกชนจะช่วยเข้ามาสนับสนุน ถ้าไม่ทำให้น้ำในคลองไหลคล่อง ผู้ที่เดือดร้อนก็คือ คนกทม.







