posttoday
ความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์

ความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์

18 มีนาคม 2555

หลายคนมักให้คำมั่นสัญญากับตัวเองและคนอื่นๆ อยู่เสมอ

โดย...พิเวษฐ์ ชูรักษ์

หลายคนมักให้คำมั่นสัญญากับตัวเองและคนอื่นๆ อยู่เสมอ โดยจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และคำสัญญาเหล่านั้นก็มักจะเป็นตัวชี้วัดความพึงพอใจของตัวเองและอีกฝ่ายได้เสมอๆ

แต่น่าแปลก...คำสัญญาเหล่านี้ มักเลือนหายไปในเวลาอันรวดเร็ว

ในโลกที่การสื่อสารเปิดกว้างและมีช่องทางหลากหลายมากขึ้น กลายเป็นว่า การทำตามสัญญาทั้งต่อตัวเองและต่อคนอื่นกลับลดน้อยถอยลง

วันหนึ่งขณะนั่งลบรายชื่อเพื่อนออกจากเฟซบุ๊กไปกว่า 50 คน ขณะเดียวกันก็ไม่พยายามจะหาเพื่อนใหม่เพิ่มเติมในทวิตเตอร์ จะด้วยความเบื่อหน่ายหรือเหตุผลใดก็ตามที ความคิดในช่วงเวลานั้นเตลิดไปว่า เอาเข้าจริงแล้ว เราจะมีเพื่อนจำนวนมากมายในความสัมพันธ์อันบางเบาของโลกใบนี้ไปเพื่ออะไรกัน

บางคนอาจมีความสุขที่ได้พูดคุยทักทายเพื่อนใหม่ๆ ในโลกไร้การสัมผัส บางคนอาจถึงกับเสพติดการรับรู้ความเคลื่อนไหวของคู่สนทนาจำนวนมาก แม้จะยอมรับความเป็นจริงว่า ต่างฝ่ายต่างไม่มีโอกาสได้เจอะเจอกันเลยในชีวิตจริง

เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีความผูกพันใดๆ ต่อกัน

รุ่นน้องคนหนึ่งไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แม้ชีวิตต้องตกอยู่ในช่วงรอการหางานใหม่ เขาโทรศัพท์หาแฟนสาวบ้างในบางช่วงเวลา แต่ไม่บ่อยนัก แตกต่างจากการอยู่ต่อหน้าพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เรียกได้ว่าแทบจะหายใจรดหน้าจอ 24 ชั่วโมง

ความสุขจากการจ้องมองโลกใบใหม่ของเขา คือการได้มีเพื่อนเป็นดาราสาวชื่อดังในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ หลายครั้งที่เพื่อนฝูงแวะไปเยี่ยมเยียนถึงห้องพัก เขามักนั่งอยู่ที่เดิม และบ่อยครั้งเขาจะแสดงอาการดีใจสุดขีด พร้อมกับผสานมือทั้งสองติดกันด้วยท่าทางเกร็งๆ เสมือนท่าคารวะญาติผู้ใหญ่ผู้ล่วงลับต่อหน้าหลุมศพ

“เฮ้ย...เป้ยทวิตบอกกูว่า บางครั้งก็เหงานะ”ชายหนุ่มแหงนหน้าไปบอกเพื่อนๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างสุดจะบรรยาย

ขณะที่เพื่อนดาราสาวก็มักสนิทสนมด้วยอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าจะไปไหน ไปพบปะใครมา ก็มักจะทวิตบอกเพื่อนๆ ด้วยกัน เลยพานให้ชายวัยยี่สิบเศษคิดไปว่าได้เป็นเพื่อนกับดาราตัวเป็นๆในโลกเสมือนจริง เขาจะหลุดออกมาบ้างในบางครั้งก็ต่อเมื่อเพื่อนคนธรรมดาในชีวิตจริงแวะเวียนมาหา และพากันไปท่องในอีกโลกชั่วขณะ

ความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์

 

เขาคิด...รุ่นน้องคนนี้อาจเสพติดความว่างเปล่า และความเบาหวิวของชีวิตชั่วขณะ

ใครบางคนถามว่า หากพระพุทธเจ้าเกิดมาในยุคนี้ พระองค์จะเล่นเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์หรือเปล่า

ใครคนหนึ่งตอบสวนขึ้นทันทีว่า...คงไม่

เพราะ...พระองค์มีความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ในการสื่อสาร ใครๆ ก็เข้าถึงพระองค์ได้ หากมองเห็นช่องทางนั้น

จริงอยู่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อาจสะบัดหน้าใส่ต่อพฤติกรรมของพระองค์ และอาจถึงกับโพล่งออกมาดังๆ ว่า แล้วพระพุทธเจ้าเป็นใคร ถึงได้หลงยุคซะขนาดนั้น

เขาสัญญากับตัวเองว่าจะโทรศัพท์คุยกับแม่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เป็นสัญญาเก่าๆ ที่คิดไว้ในใจมาเนิ่นนาน แต่ในวิถีที่เป็นจริง กลับทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

ครั้งหนึ่งแม่เปิดใจก่อนจะวางสาย “แค่แม่ได้ยินเสียงลูกๆ สัปดาห์ละครั้ง แม่ก็สบายใจแล้ว”

...น้ำตาเขาเอ่อล้น และรับรู้ถึงความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ของแม่ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เคยจางหาย และไม่เคยมีคำสัญญาใดๆ


เขาเฝ้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ สีสันในโลกออนไลน์เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง บางครั้งตื่นตา เมื่อเพื่อนเก่าที่จากกันไปนานแสนนานเข้ามาทักทาย แค่คำเดียวสั้นๆ แล้วก็จากไปอย่างงงงัน ทิ้งร่องรอยให้คาใจ ด้วยการออนไลน์โลกของเขาต่อไปอย่างเฉยชา

ในขณะที่บางเวลา พยายามเสาะแสวงหาใครบางคนเพื่อพูดคุยด้วย เพื่อนๆ แสดงสถานะสีเขียววูบวาบเต็มหน้าจอ พร้อมตอบรับทุกคำทักทาย แต่เขาไม่สามารถเลือกเพื่อนคนไหนมาคุยด้วยได้แม้แต่คนเดียว

การสื่อสารชนิดใหม่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า หรือเราต่างแสวงหาโลกลวงที่ไม่มีอยู่จริง หรือทุกอย่างในโลกล้วนไม่มีอะไรจริง มันเป็นโลกสมมติให้ทุกสรรพสิ่งมีชีวิตตามตารางเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

เขาบอกตัวเอง และคนอื่นเสมอๆ ชีวิตคนเรามันถูกกำหนดโดยโชคชะตา ไม่เช่นนั้นเราอาจไม่ได้เจอกันในวันนี้ เขายกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ก่อนจะมายืนอยู่ ณ จุดปัจจุบัน เคยมีหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ ปฏิเสธรับเข้าทำงาน อีกฉบับได้ไปเริ่มทำงานด้วยแค่เดือนเดียวก็ปิดตัวลงอย่างน่าฉงน

ชีวิต ณ ปัจจุบันสำหรับเขา เพื่อนพ้องน้องพี่ เป็นชีวิตที่ถูกกำหนดไว้แล้วแต่ในอดีต

ในหนังสือ The Value of Nothing ของราจ ปาเตล นักข่าว นักเคลื่อนไหว บอกไว้ว่า“ราคา” ของสิ่งต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจไม่สะท้อน “มูลค่า” ที่แท้จริงของมัน...จนนำไปสู่วิกฤตโลกในแทบทุกด้านของชีวิต ซึ่งสะท้อนผ่านความคิดเห็นของ อลัน กรีนสแปน ผู้ควบคุมเศรษฐกิจโลกที่ได้การยอมรับสูงสุด ถึงกับงงงันว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเล่นตลกอะไร

ไม่ต่างกับคำกล่าวของ ออสการ์ ไวลด์ ที่ว่า คนเราทุกวันนี้รู้ราคาของทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่รู้มูลค่าของอะไรเลย

เขาแอบคิด...ใครจะตีมูลค่าความสัมพันธ์ที่เรามีต่อกันขณะกำลังมีชีวิต และมันมีค่ามากแค่ไหน ใช่หรือไม่ว่า เราได้เห็นราคาของชีวิตคนอื่นก็ต่อเมื่อต้องไปยืนอำลาการจากไป ขณะฟังคำประกาศสดุดีหน้าเชิงตะกอนเท่านั้น

ในวัยที่ล่วงเลย โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน นั่นหมายถึงเวลาของเราเหลือน้อยลงตามไปด้วย ผู้คนที่ละเมออยู่ในโลกไร้การสัมผัสอาจไม่มีเงื่อนเวลากำกับ ต่างจากชีวิตจริงที่ต้องใช้มันตามตารางที่ถูกกำหนดไว้ แต่ทว่า ใครมองเห็น... “มูลค่าความสัมพันธ์” อันมีราคาสูงส่งในปัจจุบันขณะ ย่อมรู้คุณค่าการมีชีวิต

...เหมือนความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ของแม่เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เคยจางหาย และไม่เคยมีคำสัญญาใดๆ m

 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก