
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งระบุว่า
หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งระบุว่า
นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของหลายชาติในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน และมาเลเซีย กำลังส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบรรดาบริษัทต่างชาติ ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ในเอเชีย และในที่สุดก็อาจทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องย้ายฐานการผลิตออกจากเอเชียไปยังประเทศที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
รายงานระบุว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียต้องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น รัฐบาลไทยมีนโยบายปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันส่วนรัฐสภามาเลเซียก็เพิ่งจะอนุมัติค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกของประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ด้านจีนก็ได้เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำราว 8.6% ตั้งแต่ต้นปีมานี้ ขณะที่แรงงานในอีกหลายประเทศอย่างกัมพูชา ศรีลังกา และบังกลาเทศ ก็กำลังกดดันรัฐบาลให้ขึ้นค่าจ้างเช่นกัน
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลในเอเชียส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือกอื่นมากนักนอกจากการขึ้นค่าจ้าง เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น จึงสามารถเรียกร้องค่าจ้างที่สูงเท่าประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งในตอนแรกนั้นได้ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมายังเอเชียเพราะค่าจ้างที่ถูกนั่นเอง
ทว่า เมื่อต้องเผชิญค่าจ้างที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการหลายแห่งจะไม่ลังเลที่จะย้ายฐานการผลิตอย่างแน่นอน
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ออกโรงเตือนว่า การที่ไทยขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาทต่อวันนั้น ก็อาจไม่ได้เป็นการช่วยประชาชนมากอย่างที่หลายฝ่ายคิด เพราะหากนำปัจจัยด้านเงินเฟ้อมาพิจารณา ก็จะพบว่ารายได้ที่แท้จริงของประชาชนกลับไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลย







