
ขึงราคาปาล์มขวดรัฐยอมจ่ายชดเชย
พาณิชย์ เตรียมเรียกปาล์มขวดถกตรึงราคาสัปดาห์นี้ ชี้หากอั้นต้นทุนไม่ไหว รัฐยอมจ่ายชดเชยแลกขึ้นราคา
พาณิชย์ เตรียมเรียกปาล์มขวดถกตรึงราคาสัปดาห์นี้ ชี้หากอั้นต้นทุนไม่ไหว รัฐยอมจ่ายชดเชยแลกขึ้นราคา
นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้นายบุญทรงเตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ จะประชุมร่วมกับผู้ประกอบการปาล์มน้ำมันเพื่อแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ โดยจะไม่ให้ปรับขึ้นราคาเพดานน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสูงกว่าลิตรละ42 บาท แม้กลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นจะเสนอขอปรับเพดานราคา โดยอ้างว่ามีต้นทุนราคาปาล์มดิบเกินกิโลกรัมละ 6.20-6.30 บาท และราคาน้ำมันปาล์มดิบเกิน 34-35 บาทก็ตาม
ทั้งนี้ ไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนกว่าเกิดวิกฤตน้ำมันปาล์มขาดแคลนและราคาแพงเหมือนปีที่แล้ว รวมถึงพ่อค้าก็อย่าฉวยโอกาสกักตุนเก็งกำไรด้วย เพราะปีนี้ผลผลิตปาล์มไม่ได้ขาดแคลน และเชื่อว่าจะมีผลผลิตออกมามากกว่าปีก่อนๆ และที่สำคัญขณะนี้ในประเทศยังมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบเหลือทั้งระบบอยู่เกิน 2 แสนตัน เพียงพอต่อการใช้บริโภคภายในประเทศและนำไปใช้ผลิตพลังงานทดแทนที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละ 1.3 แสนตัน
นายพงศ์พันธ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันปาล์มในปัจจุบันไม่น่าเป็นห่วง โดยสต๊อกที่มีสามารถใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นผลปาล์มฤดูกาลใหม่ก็ออกมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งการนำเข้าแต่อย่างใด ขณะที่แนวโน้มราคาคงจะอ่อนตัวลงบ้าง แต่ก็เชื่อว่าอยู่ในระดับที่เกษตรกรมีกำไรพอเลี้ยงชีพได้ เพราะราคาผลปาล์มที่เพิ่มในช่วงที่ผ่านมา จากสถานการณ์ไม่ปกติของภัยธรรมชาติ น้ำท่วมจนทำให้ผลผลิตเสียหายลดลง
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาจะขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร่วมกันตรึงราคา เพราะหลังจากเดือน เม.ย.นี้ จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลปาล์มและทำให้มีผลผลิตออกมาสู่ตลาดเพิ่ม ทำให้ให้ราคาปาล์มดิบในตลาดจะถูกลง โดยราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกเริ่มปรับลงเหลือ 34-35 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไม่ยอม ตรึงราคา รัฐบาลอาจหามาตรการชดเชยส่วนต่างของต้นทุนให้ เพื่อให้มีการผลิตน้ำมันปาล์มออกมาอย่างปกติ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งราคาและปริมาณ
การกำหนดเพดานราคาขายปลีกที่ 42 บาท มาจากการคำนวณต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบที่ กิโลกรัมละ 29 บาท บวกกับค่าบริหารจัดการอื่นๆ เพิ่มเติม แต่ขณะนี้ต้นทุนน้ำมันปาล์มสูงเกินที่กำหนดไว้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 34.50 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมเข้าไปดูแลให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่เชื่อว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาระยะสั้น เพราะถึงเดือนหน้าราคาปาล์มน่าจะอ่อนตัวลง และต้นทุนผู้ประกอบการต่างๆ น่าจะปรับลดลงตาม







