
สธ.เผยข้อมูลคนไทยไตวายเรื้อรัง7ล้านคน
สาธารณสุขเผยคนไทยเป็นโรคไตเรื้อรัง7 ล้านคน35,000รายต้องฟอกไต-ผ่าตัดเปลี่ยนใหม่
สาธารณสุขเผยคนไทยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง7 ล้านคน35,000รายต้องฟอกไต-ผ่าตัดเปลี่ยนใหม่
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สาเหตุทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย เช่น กินมากเกินไป กินอาหารหวาน เค็ม ไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม โรคดังกล่าวจะมีผลต่อเส้นเลือดไปเลี้ยงไตทำให้ไตขาดเลือด และการทำงานกรองของเสียออกจากร่างกายลดลง เกิดปัญหาไตวาย โดยสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยคาดประมาณว่า ขณะนี้คนไทยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 7 ล้านคน ในจำนวนนี้ 35,000 รายเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องต้องฟอกไต หรือผ่าตัดเปลี่ยนไตใหม่ ในปี 2553 มีผู้ป่วยไตวายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 386,102 ครั้งหรือวันละ 1,057 ครั้ง
ทั้งนี้ นิสัยการกินของคนไทยในขณะนี้ ก็คือ ชอบอาหารรสจัด หรือพูดกันติดปากว่าเมนูรสแซ่ป เช่นส้มตำ ต้มยำ ยำต่างๆ บะหมี่สำเร็จรูป การปรุงอาหารเหล่านี้ จะต้องใช้วัตถุปรุงรสเพิ่มขึ้นทั้งเกลือ น้ำตาล จะมีผลทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เพราะไตทำงานหนักในการกรองเกลือโซเดียมและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ซึ่งผลการสำรวจปริมาณการบริโภคเกลือโซเดียมคลอไรด์ของประเทศไทย ของกรมอนามัยและองค์กรยูนิเซฟประจำประเทศไทยล่าสุดในปี 2550 พบว่าคนไทยได้รับเกลือโซเดียมคลอไรด์ถึง 2 ทาง คือได้จากที่อยู่ในเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว กะปิ ปรุงรสอาหารหรือใช้ในการถนอมอาหารเฉลี่ยวันละ 12 กรัม และได้รับจากอาหารในรูปอื่นที่รสชาติไม่เค็ม เช่นในผงชูรส ผงฟู ผงปรุงรสต่างๆ เฉลี่ย 4.3 กรัมต่อวัน สูงกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 2 เท่า
นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า ในปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเข้มข้นการรณรงค์ “ลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยไตไม่วาย” โดยลดกินอาหารที่มีรสเค็ม เช่น อาหารกระป๋อง อาหารหมักดองทั้งผัก ผลไม้ อาหารตากแห้ง เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาส้ม แหนม เป็นต้น อาหารกึ่งสำเร็จรูปพวกบะหมี่ โจ๊ก ข้าวต้ม ขนมถุงกรุบกรอบ หากปรุงอาหารเองไม่ควรปรุงเค็มมาก และไม่เติมผงชูรสหรือผงปรุงรส หรือหากกินก๋วยเตี๋ยว ควรรับประทานน้ำซุปแต่น้อย หรือเทน้ำซุปออกบางส่วนแล้วเติมน้ำเพื่อเจือจางลง เนื่องจากน้ำซุปมักมีโซเดียมสูง







