posttoday
วิษณุรับต้องปฏิรูปคกก.กฤษฎีกาหลังงานล้น

วิษณุรับต้องปฏิรูปคกก.กฤษฎีกาหลังงานล้น

08 มีนาคม 2555

วิษณุแนะรัฐเพิ่มกลไกให้อำนาจปชช.เสนอกฎหมาย แนะปฏิรูปกฤษฎีกา ทำขั้นตอนซับซ้อนให้ง่ายขึ้น

วิษณุแนะรัฐเพิ่มกลไกให้อำนาจปชช.เสนอกฎหมาย แนะปฏิรูปกฤษฎีกา ทำขั้นตอนซับซ้อนให้ง่ายขึ้น

ที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้มีการสัมมนาเรื่อง “การปรับปรุงกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน” เพื่อนำเสนอโครงการวิจัยภายใต้หัวข้อเดียวกัน โดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อกาพัฒนาประเทศไทย รวมถึงเสวนาเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อโครงการวิจัยดังกล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ภาพรวมของกระบวนการนิติบัญญัติไทย สามารถแบ่งได้คล้ายทฤษฎีเกมส์ คือมีลำดับว่าผู้ใดเป็นบ่าว และผู้ใดเป็นนาย ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องประสานประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้มีตัวละครสำคัญคือ หน่วยงานราชการ คณะกรรมการกฤษฎีกา สส. สว. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) และภาคประชาชน เป็นตัวละครหลัก ในการมีส่วนร่วมเพื่อเสนอกฎหมายเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะมีสองสภา คือสส. และสว. แต่ในความเป็นจริงแล้ว สส.มีอำนาจการจตัดสินใจเหนือกว่า ขณะที่ภาคประชาชนที่ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากนัก การนำเสนอกฎหมายเข้าสู่รัฐสภา ซึ่งควรจะเป็นเรื่องของประชาชน กลับเป็นการต่อรองระหว่าง บ่าวและนายทั้งในส่วนของการต่อรอง การมอบงาน และทั้งสองส่วนผสมกัน ในทุกส่วน

“โครงการวิจัยเสนอแนะให้ ครม. ต้องทำแผนประจำปี และเปิดเผยแผนต่อสาธารณะ ว่าแต่ละปี จะนำเสนอกฎหมายอะไรบ้าง รวมถึงประเมินผลกระทบและรับฟังความคิดเห็นให้ครบทุกฝ่ายโดยแท้จริง ขณะที่ส่วนของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ควรจะมีกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และปรับคณะกรรมการฯให้หลากหลายมากขึ้น โดยอาจกำหนดอายุสูงสุด ไปจนถึงกำหนดวาระของกรรมการแต่ละชุด” รองประธานทีดีอาร์ไอกล่าว

ด้านนายปกป้อง จันวิทย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคณะกรรมการวิจัยฯกล่าวว่า  ที่ผ่านมารูปแบบการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน มีความซับซ้อนมาก ยกตัวอย่างเช่น การเข้าชื่อเสนอพรบ.ป่าชุมชน ที่ใช้เวลานานถึง 9 ปีก็ไม่มีข้อสรุป เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลที ก็เปลี่ยนคณะกรรมาธิการและ สส.ที่ติดตามกฎหมาย แตกต่างจากร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ภาคประชาชนเสนอเมื่อปี 2544 ที่เมื่อพรรคไทยรักไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลและต้องการผลักดันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ก็เสนอร่างพรบ.ใหม่อีกฉบับ พร้อมกับเอาภาคประชาชนที่เคยเสนอกฎหมายก่อนหน้านี้เข้ามาเป็นกรรมาธิการ กระบวนการกฎหมายก็สามารถผ่านได้รวดเร็วและใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น จึงอยากให้ปฏิรูประบบให้มีการติดตามร่างพรบ.ที่ภาคประชาชนเสนอเข้าสู่สภาฯ และควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการ และเปิดเผยบันทึกการประชุม รวมถึงให้ประชาชนเข้าสังเกตุการณ์ในคณะกรรมาธิการด้วย

“ควรมีการยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยให้ยกเลิกการใช้สำเนาทะเบียนบ้านในการเสนอร่างกฎหมาย รวมทั้งให้องค์กรอย่างคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สภาพัฒนาการเมือง เข้ามาเป็นตัวช่วย รวมถึงให้องค์กรอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาแบกรับภาระในเรื่องค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร หรือเป็นตัวกลางในการรวบรวมรายขื่อ และมีกระบวนการกำหนดระยะเวลา และให้โอกาสภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการติดตามร่างกฎหมายของตนเองทุกขั้นตอน” นายปกป้องกล่าว

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม คณะกรรมการกฤษฎีกา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระบวนการที่ทำให้กฎหมายเข้าสู่สภาฯ และประกาศใช้ได้ล่าช้านั้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของการออกกฎหมายที่ในปีหนึ่ง ครม.ต้องรับภาระจำนวนมาก เช่น พรบ.เวนคืน ปีหนึ่ง ๆ ก็มีมากนับร้อยฉบับ ขณะเดียวกัน แต่ละกระทรวงก็เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กันอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ขณะที่หน่วยงานที่เป็นตัวช่วยครม.อย่างคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากจะรับหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายแล้ว ยังรับหน้าที่ตีความกฎหมายอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้กินเวลาไปแล้วกว่า 75% ทั้งนี้อยากเสนอให้เพิ่มเลขานุการของคณะกรรมการกฤษฎีกาทั้ง 12 คณะ เนื่องจากขณะนี้แต่ละคณะมีเลขานุการอยู่เพียงคนเดียว และใช้เวลาพจารณากฎหมายจำนวนมาก และต้องดูอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับอะไร นอกจากนี้ยังอยากเสนอให้เพิ่มคณะอนุกรรมการกฤษฎีกาขึ้นมา เพื่อเป็นผู้ช่วยในการตรวจร่างกฎหมายแต่ละร่าง ซึ่งอนุกรรมการเหล่านี้ ก็สามารถเลื่อนชั้นเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทันที เมื่อคณะกรรมการชุดเก่าหมดวาระ เพื่อจะได้ไม่ต้องฝึกคนขึ้นมาเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาใหม่อีกครั้ง

นายวิษณุ ยังเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต้องเชิญผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในร่างกฎหมายต่าง ๆ เข้าชี้แจงหรือให้ข้อมูลโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมา กระบวนการให้โอกาสหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงเท่านั้น ซึ่งทำให้มุมมองติดกับความเป็นราชการ จึงอยากเสนอให้เชิญภาคประชาชน หรือสภาวิชาชีพที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง เข้าไปเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง และควรจะนำกฎหมายที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ด้วย

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน