
เส้นทางเผด็จการ
จะเห็นว่าข่าวใหญ่ที่สุดในสัปดาห์นี้หนีไม่พ้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
จะเห็นว่าข่าวใหญ่ที่สุดในสัปดาห์นี้หนีไม่พ้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอย่างถล่มทลายอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าที่บวมๆ ขึ้นจากการฉีดโบทอกซ์
แต่การกลับมาครั้งนี้ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับกระแสการต่อต้านไม่น้อย เพราะพักหลังๆ จะเริ่มเห็นแนวทางการปกครองที่รวบอำนาจมากขึ้นของปูติน ที่ส่อเค้าจะกลายเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบเต็มทน
ปูตินขึ้นครองอำนาจรัสเซียครั้งแรกในปี 2544 ต่อเนื่องมา 2 สมัยจนถึงปี 2551 หากย้อนกลับไป รัสเซียในช่วงนั้นยังเต็มไปด้วยกลุ่มมาเฟีย ที่มีผลประโยชน์ครอบครองธุรกิจสำคัญๆ ในรัสเซีย
งานหลักของปูติน คือ การกำจัดเหล่ามาเฟียพวกนี้ ทำให้ได้ใจประชาชนไปเยอะ แต่ในขณะเดียวกันใครที่ดูจะโดดเด่นขึ้นมาท้าทายอำนาจก็จะโดนจำกัดไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นการปกครองที่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นสายลับเคจีบีไว้อยู่ไม่เสื่อมคลาย
คนสำคัญที่ถูกกำจัดไปก็อย่างนาย มิคาอิล โคโดร์คอฟสกี อดีตซีอีโอของยูโกส บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของชาติ ซึ่งตอนนี้โคโดร์คอฟสกีก็ถูกจับเข้าซังเตไปเรียบร้อยแล้ว
ปูตินยังรวบอำนาจการบริหารประเทศเข้าสู่ศูนย์กลาง ด้วยการตั้งคนใกล้ชิดเข้าควบคุมงานบริหารประเทศได้อย่างเฉียบขาด และพร้อมๆ กันนั้นการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเข้าครอบงำสื่อมวลชนในประเทศก็ตามมาอย่างเป็นระเบียบครับ
กรณีการสังหารนักข่าวสาวชื่อว่า แอนนา โปลิตคอฟสกายา เมื่อปี 2549 หลังจากที่เธอเข้าไปขุดคุ้ยกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแคว้นเชชเนีย ถือเป็นข่าวใหญ่ในยุโรปมาก เพราะชาติตะวันตกให้ความสำคัญของการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนอย่างที่สุด การลอบสังหารแอนนา ทำให้คะแนนสิทธิมนุษยชนของรัสเซียติดลบไปอย่างรุนแรง
แต่การปกครองของปูตินนั้น ในด้านหนึ่งก็ได้รับการยกย่องเช่นกัน ว่าสามารถนำรัสเซีย ซึ่งเป็นอดีตสหภาพโซเวียต ขึ้นมาสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกได้อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ต้องยอมรับครับว่า เป็นเพราะผลงานของปูตินล้วนๆ
หนึ่งในกลยุทธ์ของปูติน คือ การใช้ความได้เปรียบของการมีทรัพยากรธรรมชาติอย่างก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับคู่กรณี อย่างเช่น เมื่อเกิดความขัดแย้งกับชาติยุโรปตะวันตก หรือประเทศเพื่อนบ้าน รัสเซียก็ขู่จะหยุดส่งก๊าซให้ทันที
ปูตินยังแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญกับการต่อรองกับชาติตะวันตก อย่างในกรณีที่ออกมาต่อกรกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหรัฐ ที่มีแผนการติดตั้งระบบโล่ขีปนาวุธในยุโรปตะวันออก ซึ่งนาโตและสหรัฐอ้างว่า เป็นการป้องกันขีปนาวุธจากอิหร่าน แต่ดันไปตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออกหน้าบ้านรัสเซียอย่างนั้น แล้วใครจะไปยอม โดยเฉพาะคนอย่างปูติน
ด้วยบุคลิกที่กล้าหาญ เข้มแข็ง กู้ศักดิ์ศรีประเทศชาติกลับคืนมาได้ ทำให้ยังมีชาวรัสเซีย โดยเฉพาะในชนบทยังชอบปูตินอยู่เยอะ แต่คนเกลียดก็เริ่มมากขึ้นทุกที เพราะว่ากันตามตรง แนวทางการปกครองของปูตินเริ่มเข้าสู่การเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบทุกทีครับ







