
อีสานล่างเป้าแก๊งค้ายา ตำรวจภาค 3 งานเข้า
ระยะหลังเริ่มมีข่าวยาบ้าทะลักเข้ามาในพื้นที่ กทม.จำนวนมากขึ้น ทั้งจากภาคเหนือที่เป็นเครือข่ายใหญ่
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
ระยะหลังเริ่มมีข่าวยาบ้าทะลักเข้ามาในพื้นที่ กทม.จำนวนมากขึ้น ทั้งจากภาคเหนือที่เป็นเครือข่ายใหญ่ หรือแม้แต่ภาคอีสานที่ทะลักเข้ามาตามแนวตะเข็บชายแดนจังหวัดต่างๆ ถึงแม้ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะเน้นย้ำกำชับให้ปราบยาเสพติดเป็นพิเศษแล้ว จนสามารถจับเอเยนต์รายใหญ่ๆ ได้จำนวนมากก็ตาม แต่หาทำให้ขบวนการค้ายานรกหวาดกลัวไม่ ยังคงทยอยลักลอบขนยานรกมาขายมอมเมาคนไทยที่หลงผิดติดยาอยู่ตลอดเวลา
การทะลักของยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดนมีอยู่ 2 แห่งหลัก คือ ที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน ส่องกล้องมองไปยังภาคเหนือ ดูจะเป็นเครือข่ายใหญ่ส่งยาแต่ละล็อตมีมูลค่านับร้อยล้านบาท ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ หรือแม้แต่เฮโรอีน
การข่าวของตำรวจในภาคนี้ถือว่าแน่นพอสมควร สามารถจับกุมได้ครั้งละจำนวนมาก ที่เริ่มน่าเป็นห่วงดูจะเป็นกลุ่มกองทัพมด ที่เริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่ปัญหายาเสพติดกำลังจะสร้างปัญหาอีกครั้ง
พื้นที่อีสานตอนล่าง หลายจังหวัดติดกับแนวตะเข็บชายแดน ทั้งอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ที่มีแม่น้ำโขงกั้นกลางระหว่างเพื่อนบ้าน ดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตำรวจในท้องที่ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ต้องหาทางสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ก่อนจะมากระจายในพื้นที่และไหลเข้า กทม.
พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า ยาบ้าและยาเสพติดที่เข้ามาทางประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจากลาวและกัมพูชา จะเข้ามาในสองอำเภอหลักๆ คือที่ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ และที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เหตุที่เริ่มทะลักเข้ามาทางภาคอีสานตอนล่างเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ เป็นเพราะทางภาคเหนือมีการกดดันอย่างหนักนั่นเอง
ปัญหายาเสพติดในพื้นที่มีมาก เป็นเพราะลำน้ำโขงที่กั้นระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน พื้นที่ที่กำหนดเขตแดนตามแนวน้ำลึกอยู่ในฝั่งเพื่อนบ้านมากกว่าของไทย และทางลาวก็มีเกาะแก่งจำนวนมากในแม่น้ำโขง ขบวนการค้ายาฝั่งลาว ก็จะขนยามาพักไว้ตามเกาะแก่ง และก็ว่าจ้างคนไทย หรือชาวบ้านในแถบนั้นมาขนยาข้ามฟากให้ ทั้งทางเรือ หรือบางจุดใช้วิธีเดินข้ามฝั่งมาขนก็ยังมี
ก่อนจะถ่ายใส่รถยนต์ที่ฝั่งไทยจัดเตรียมไว้ ลำเลียงออกมา ง่ายนิดเดียว แต่สกัดกั้นยากมาก ทางลาวก็ขนยาง่าย ทางเราการป้องกันก็หละหลวมเพราะพื้นที่ตะเข็บชายแดนยาวมาก ซ้ำยังมีถนนคู่ขนานริมฝั่งโขง จะไปเฝ้าตลอดเวลาก็ลำบาก ตำรวจมีกำลังไม่เพียงพอนั่นเอง
พล.ต.ท.ภาณุ ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีตำรวจในภาคอีสานตอนล่างเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดอยู่บ้าง ได้สั่งลงโทษทั้งทางอาญาและวินัย ถึงขั้นให้ออกจากราชการไปจำนวนถึง 27 คดี แต่ที่เป็นปัญหาในการป้องกันในขณะนี้คือเรื่องของมวลชนในพื้นที่ ถือเป็นโจทย์หลักที่จะต้องดึงมาเป็นพวก และให้มาเป็นสายข่าวที่เข้มแข็ง นำไปสู่ข้อมูลด้านการลำเลียงขนส่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการจับกุม
“ยาบ้ายังเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่นำเข้ามาจำนวนไม่มาก แต่ที่หนักจะเป็นกัญชา ภาคอีสานถือว่าระบาดหนัก และลามเข้าไปถึงกรุงเทพฯ อีกด้วย ปัญหาคุมจากต้นทางที่ค่อนข้างจะยาก ตำรวจจึงต้องตั้งด่านตรวจตามเส้นทางลำเลียงเพื่อสกัดกั้น ดังนั้นเรื่องนี้การข่าวจึงต้องเข้มแข็ง งานข่าวจะมาได้อย่างไร ก็ต้องอาศัยคนในพื้นที่ เราต้องดึงพวกเขาออกมาให้ได้ อย่าให้เขาคิดรับจ้างขนยาให้กับแก๊งค้ายา ต้องชงเรื่องให้เขาเห็นโทษทัณฑ์ พิษภัยมหันต์ ทั้งตัวเอง และลูกหลานที่อยู่ในชุมชน” พล.ต.ท.ภาณุ กล่าว
มาตรการหนึ่งที่ตำรวจภูธรภาค 3 นำมาใช้คือ ใช้สุนัขดมกลิ่นยาเสพติดตามจุดพักรถแห่งต่างๆ ในภาคอีสาน รวมถึงปั๊มน้ำมันด้วย เพราะมีกระแสข่าวว่าพวกค้ายาจะมีกลุ่มสอดแนมนำหน้าขบวนยาเสพติดเพื่อตรวจสอบว่าถนนแต่ละแห่งมีตำรวจตั้งด่านหรือไม่
ตำรวจจึงเอาสุนัขไปขู่พวกนี้เลย หากพวกสอดแนมเห็นก็จะตื่นกลัว หรือพวกค้ายาที่มาพักรถเห็นเข้าก็ยิ่งตื่นตกใจ จึงเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่จะนำมาใช้ หากต้องสงสัยก็ขอค้นกันไปเลย” พล.ต.ท.ภาณุ บอก
งานยาเสพติดดูเหมือนจะเป็นของคู่กับตำรวจไทย ปราบเท่าไหร่ จับเท่าไหร่ ก็ไม่หมดเสียที ตำรวจนอกจากต้องพิทักษ์สันติราษฎร์แล้วยังต้องปกป้องไม่ให้ยาเสพติดเข้ามากัดกินสังคมไทยจนผุกร่อนอีกด้วย







