
ไฟเขียวสปสช.รีดเงินสปส.
กฤษฎีกาไฟเขียว สปสช.เรียกเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ประกันตนจาก สปส. 2.3 หมื่นบาทได้
กฤษฎีกาไฟเขียว สปสช.เรียกเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ประกันตนจาก สปส. 2.3 หมื่นบาทได้
คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความเรื่องการโอนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (สปส.) จำนวน 9.4 ล้านคน ไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า การที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาล 2.3 หมื่นล้านบาท จาก สปส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เรื่องความเสมอภาค
อย่างไรก็ตาม ความเห็นนี้เป็นเพียงความเห็นทางกฎหมาย ส่วนอำนาจชี้ขาดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกายังให้ความเห็นอีกว่า ข้อตกลงเรื่องอัตราการเรียกเก็บเงินจำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท คงที่ 3 ปี เป็นอำนาจของคณะกรรมการ (บอร์ด) 2 กองทุนจะหารือหรือตกลงกันตามบทบัญญัติมาตรา 10
สำหรับกรณีที่ สปส.ระบุว่า กองทุนประกอบขึ้นจากเงิน 3 ส่วน คือ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล หากต้องส่งเงินให้ สปสช.จริงจะส่งได้เฉพาะเงินที่รัฐบาลอุดหนุนเท่านั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า สปส.จ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทน โดยไม่ได้แยกว่าใช้เงินของผู้ประกันตน ดังนั้นเจตนารมณ์ของกองทุน สปส. คือ ไม่มีการแยกส่วนของเงิน จึงไม่อาจแยกส่วนเพื่อส่งเงินให้กับ สปสช.ได้
ทั้งนี้ ความเห็นทั้งหมดลงนามโดย นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา







