
ประเด็นร้อน5มี.ค.
เริ่มสัปดาห์นี้มีประเด็นร้อนให้ต้องติดตาม การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่
เริ่มสัปดาห์นี้มีประเด็นร้อนให้ต้องติดตาม การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ การประมูลแท็บเล็ต ซึ่งมี 4 ยี่ห้อให้กระทรวงศึกษาธิการเลือกวันนี้ ว่าบริษัทที่ชนะประมูลคือบริษัทที่เสนอราคาเครื่องละ 2,000 บาท ตามที่อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ บอกไว้หรือไม่ การเตรียมความพร้อมเปิดใช้ดอนเมืองวันที่ 6 มี.ค. รวมทั้งการลงพื้นที่ของสมาคมวิศวกรรมสถานฯ เพื่อตรวจตอม่อโฮปเวลล์ ว่าต้องทุบทิ้งกี่ต้น ใช้งบมากกว่าก่อสร้างเหมือนที่เคยมีการสำรวจกันไว้จริงหรือไม่
1.ติดตามภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าเดินทางไปเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการตามประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ (Strategy Workshop Series) ที่ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นในช่วงบ่ายจะเดินทางไปประกาศความพร้อมของท่าอากาศยานดอนเมือง ภายหลังจมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 1 เดือน ท่ามกลางความเป็นห่วงเรื่องเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจยังหลงเหลือในระบบระบายอากาศสนามบิน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หวังว่าการมาเป็นประธานและตรวจเยี่ยมสนามบินดอนเมืองครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้ปิดสนามบินเพื่อให้สายการบินต่างๆ ทั้งนกแอร์ โอเรียนท์ไทย ซึ่งไปให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิมา 4 เดือน กลับมาเปิดใช้บริการเชิงพาณิชย์อีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค.นี้
2.คณะกรรมการนโยบายแท็บเล็ต ป.1 ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน จะประชุมวันที่ 5 มี.ค.นี้ เพื่อคัดเลือกบริษัทผู้ชนะผลิตแท็บเล็ต ที่รัฐบาลจีนเสนอบริษัทที่สามารถผลิตแท็บเล็ตได้ตามคุณสมบัติที่รัฐบาลไทยกำหนด 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี บริษัท ทีซีแอล บริษัท ไฮเออร์ และบริษัท สโคป โดยอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าบริษัทที่ชนะประมูลเสนอราคาต่ำแค่เครื่องละ 2,000 บาท ต่ำกว่าราคากลางตั้งไว้ 3,100 บาท
3.สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และกระทรวงคมนาคม จะลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุคานโครงการโฮปเวลล์บริเวณหน้าวัดเสมียนนารีพังถล่มเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมสำรวจตอม่อที่เหลือว่ามีต้นไหนต้องเร่งรื้อถอน รวมทั้งจะประเมินราคาค่ารื้อถอน คาดว่าจะใช้เวลาหลังจากนี้ 1 สัปดาห์ในการประเมินความเสียหายและผลกระทบทั้งหมด ขณะเดียวกันจะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของพื้นที่เร่งติดป้ายเตือนประชาชนในจุดเสี่ยงต่างๆ ด้วย
4.วันที่ 5 มี.ค. ถือเป็นวันนักข่าว ในฐานะที่มีบทบาทหน้าที่สะท้อนความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง ทว่าระยะเวลาที่ผ่านมาบทบาทของสื่อมวลชนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในช่วงเย็นวันนี้ต้องจับตาการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบโจทย์ประเทศไทย” ของนายกรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร
5.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบการทุจริตในโรงพยาบาล โดยลักลอบนำยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมสารซูโดอีเฟรดีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นยาบ้า ออกจากโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก งานนี้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อพบว่าการทุจริตเกี่ยวข้องกับยาเสพติดระดับชาติ แว่วมาว่าดีเอสไอรวบรวมหลักฐานผู้กระทำผิดไว้หมดแล้ว
6.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Happy Workplace Forum และปาฐกถาพิเศษ “การสร้างคนในองค์กรแห่งความสุขเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำใน AEC” เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และต่อ 18.30 น. ปาฐกถาพิเศษ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบโจทย์ประเทศไทย” ในงานดินเนอร์ทอล์ก “Thai Journalists Association 57th Anniversary” ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท จัดโดยสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
7.กลุ่มผู้ค้าเช่าแผงในตลาดนัดจตุจักร เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ลดค่าเช่าแผงลงเหลือ 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่สัญญาระบุค่าเช่าไว้ที่ 3,562 บาทต่อเดือน ขณะที่ ร.ฟ.ท.อ้างว่าแกนนำผู้ชุมนุมมีแผงค้า 50100 แผง แล้วปล่อยให้เช่าช่วงต่อ ถือว่าเป็นผู้เสียผลประโยชน์จึงปลุกม็อบไปชุมนุมต่อต้าน
8.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เป็นประธานการประชุมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชน โดยมีผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ร่วมการประชุม 13.00 น. ที่ห้องประชุมป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชั้น 7 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
9.แม้ว่า พ.ร.ก.กู้เงินวางระบบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้วุฒิสภาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง ท่ามกลางข้อสงสัยของฝ่ายค้านว่า รายละเอียดในแผนการใช้งบประมาณครั้งนี้มีระบบบริหารจัดการอย่างไร.







