
หนุนมือใหม่ลงผู้ว่าฯกทม.
การเดินเกมครั้งสำคัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนเวทีเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
การเดินเกมครั้งสำคัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนเวทีเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อคำยืนยันจาก “คุณหญิงสุดารัตน์” ถึงความปรารถนาช่วยงานการพัฒนา กทม. และพร้อมเป็นทีมช่วยคิด สนับสนุนคนที่มาแนวทางเดียวกัน โดยขอเลือกบุคคลหน้าใหม่มาร่วม นอกจากนักการเมืองที่มีอยู่
“ที่คิดเช่นนี้ไม่ใช่ว่าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เล็กไป หรือถึงไม่ลงสมัครเอง ยืนยันตรงนี้เลยว่าไม่เล็ก และไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่อยากเปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่ที่มีความคิดใหม่ๆ เข้ามาร่วมกับเรา อย่างนี้จะเป็นมุมบวกเพิ่มมากกว่า เพราะตลอดมางานบริหาร กทม.อยู่ในความสนใจทุกครั้ง”
คุณหญิงแสดงทัศนะว่า คน กทม.เสียโอกาสในการพัฒนามาหลายปี ทั้งที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นหัวใจหลัก และถ้าหัวใจแข็งแรง เลือดสูบฉีดดีก็จะแข็งแรงทั้งตัว ทั้งนี้การดูแล กทม.ไม่ใช่ทำให้คนกรุงมีความสุขเท่านั้น แต่ต้องส่งผลให้ทั้งประเทศแข็งแรงด้วย อย่างที่ช่วงประสบภัยน้ำท่วม ผู้ว่าฯ กทม.บอกว่าห้ามน้ำเข้ากทม. เพราะฉันดูแล กทม. ไม่ให้น้ำจากที่อื่นเข้า อย่างนั้นไม่ได้ เพราะบางทีต้องดูภาพรวม ซึ่งงานบริหาร กทม.ไม่ใช่งานยาก เพราะ 1.มีพื้นที่ขอบเขตชัดเจน และ2.การเมืองมีไม่มาก แตกต่างจากงานอย่างรัฐบาล ที่กระดิกตัวลำบาก ดังนั้นงานบริหาร กทม. ถ้าได้คนที่มีความตั้งใจ มือสะอาด คน กทม.จะไม่เสียโอกาส
จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับนโยบายพัฒนาประเทศมายาวนาน ในปี 2543 คุณหญิงสุดารัตน์เคยลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามของพรรคไทยรักไทย แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งขันคนสำคัญ คือ สมัคร สุนทรเวช ที่ลงชิงชัยในครั้งนั้นด้วย
เธอเล่าว่าเรื่องนโยบายงานของ กทม. คิดขึ้นเองและเขียนขึ้นกับมือทั้งเล่ม ตั้งแต่เรื่องผังเมือง แม้จะนำมาเปิดอ่านในวันนี้ก็ยังคงทันสมัยอยู่ อาจมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงนิดหน่อย เช่น เคยคิดจะทำพื้นที่เพื่อเยาวชนให้ได้อ่านหนังสือ แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว จึงต้องเป็นพื้นที่ที่มีไวไฟ โดยปรับให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันทว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรื่องต่างๆ แทบจะไม่ได้ทำเลย ฉะนั้นจึงเสียดายโอกาสพัฒนา กทม. และจากนี้อีก 12 เดือนจะเริ่มเปิดนโยบายทีละเรื่องเพื่อให้เป็นนโยบายสาธารณะ
“จะตั้งต้นจากนโยบายเล่มที่ทำขึ้นมา เพราะถ้าคนได้อ่านจะรู้ทันทีว่าเรามองไปถึงมิติเรื่องของเศรษฐกิจด้วย สุขภาพ ความเป็นครอบครัว วันนี้คน กทม.น่าสงสารพ่อแม่ไปทำงาน ลูกไปอีกทาง ในนโยบายจะให้ความสำคัญกับครอบครัว โดยวันอาทิตย์จะต้องเป็นวันสำคัญของครอบครัวคนกรุง แล้ว กทม.ต้องจัดหาพื้นที่ทำกิจกรรม ให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันในวันอาทิตย์ได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่จบด้วยการเดินห้าง ต้องมาคิดกันว่าทำอย่างไรให้ กทม.น่าอยู่จริงๆ ไม่ใช่น่าอยู่เพราะมีตึกสูงใหญ่สวยงาม แต่ต้องมองให้ครบทุกด้านอย่างแท้จริง” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงแนวทางนโยบาย







