
‘ญี่ปุ่น’อ่วมน้ำ
พิษอุทกภัยทำผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ล้มละลาย-ยิ่งลักษณ์พบแจงแผนแก้น้ำท่วม
พิษอุทกภัยทำผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ล้มละลาย-ยิ่งลักษณ์พบแจงแผนแก้น้ำท่วม
น้ำท่วมไทยทำพิษ บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นยื่นล้มละลาย ด้านยิ่งลักษณ์มีคิวแจงแผนป้องกันน้ำท่วมกับเอกชนญี่ปุ่น
บริษัท เอลพิดา เมโมรี อิงค์ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์และชิปสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ยื่นเรื่องขอล้มละลายต่อศาลโตเกียว เพราะไม่สามารถแบกรับภาระหนี้มูลค่ามหาศาล 4.48 แสนล้านเยน (ราว 1.69 แสนล้านบาท)
เอลพิดาฯ ชี้แจงว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ส่วนหนึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของไทย ส่งผลให้ชิปดีแรมขาดตลาด สายการผลิตต้องหยุดชะงัก และเมื่อผสมกับปัญหาเก่า คือ ชิปและเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกมีราคาลดลง และเจอคู่แข่งอย่างซัมซุงถล่มตลาดก็ทำให้ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และจะต้องถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นด้วย
เทอิโคขุ ดาตาแบงก์ ระบุว่า การยื่นขอล้มละลายในครั้งนี้ นับเป็นการล้มละลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ระหว่างวันที่ 6-9 มี.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น 10 บริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเหล่านี้ในการขยายการลงทุนหลังน้ำท่วม
ผู้บริหารระดับสูงที่จะได้เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แบบตัวต่อตัว หรือเป็นรายบริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บริษัทโตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ซูซูกิ มิตซูบิชิ บริษัทโตชิบา และบริษัทมินิแบร์ เป็นต้น
แหล่งข่าวระบุว่า ขณะที่การหารือทวิภาคีกับรัฐบาลญี่ปุ่นมีประเด็นหารือหลายประเด็น เช่น ความร่วมมือการค้า การลงทุน โดยเฉพาะญี่ปุ่นจะขอให้ไทยนำเข้ารถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดตั้งแต่ 3000 ซีซี ขึ้นไป
นายชลิตรัตน์ ระบุว่า ครม.มีมติเห็นชอบถ้อยแถลงร่วมในการเยือนญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การฟื้นฟูความมั่นใจของภาคเอกชนญี่ปุ่นต่อการลงทุนในไทย พร้อมทั้งจะมีถ้อยแถลงร่วมกันว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระหว่างประเทศ
สำหรับสาระสำคัญถ้อยแถลงว่าด้วยด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ฯ เช่น ผู้นำทั้งสองประเทศยินดีที่จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ ญี่ปุ่นสนใจร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในไทย เช่น โครงการฟื้นฟูผลกระทบจากอุทกภัย เทคโนโลยีอวกาศ รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้า
นอกจากนี้ ไทยญี่ปุ่นจะมีความร่วมมือกันในระดับภูมิภาค เช่น ความร่วมมือในเอเชียตะวันออก ความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การป้องกันภัยพิบัติ และการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) โดย นายสุเมธ ตันติเวชกุล และ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล จะยังคงอยู่ในกรรมการ กนอช.







