ปางช้างไทรโยคแถลงยันช้าง19เชือกได้มาถูกต้อง
ปางช้างไทรโยคหลั่งน้ำตาแถลงยันช้าง 19 เชือก ได้มาถูกต้อง มีผลตรวจดีเอ็นเอแม่-ลูกจากสหรัฐอเมริกายืนยัน
ปางช้างไทรโยคหลั่งน้ำตาแถลงยันช้าง 19 เชือก ได้มาถูกต้อง มีผลตรวจดีเอ็นเอแม่-ลูกจากสหรัฐอเมริกายืนยัน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ก.พ. 55 ที่ปางช้างไทรโยค เลขที่ 30/2 หมู่ที่3 บ้านลุ่มผึ้ง ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นายไชยพงษ์ แสนดี นายกสมาคมช้างไทย เจ้าของปางช้างไทรโยค พร้อมด้วย ดร.เดือนเพ็ญ แสนดี นักวิจัยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นายชะลอ ประจันแดง ทนายประจำปางช้างไทรโยค นายแสวง บุญเหลือ อุปนายกสมาคมช้างไทย นายกฤตพล ศาลางาม เลขาธิการสมาคมช้างไทย นายอาน สืบเทพ กรรมการสมาคมช้างไทย นางกันตา วิทูรผดุงกิจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดปางช้างไทรโยค และ นายรังสี ไผ่สะอาด สมาชิก อบต.ลุ่มสุ่ม ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณี นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ พล.ต.ต.ศรีวรา รังสิพราห์มณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) อุทยานแห่งชาติไทรโยค, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบช้างพร้อมกับตั๋วรูปพรรณและตรวจไมโครชิพช้างในปางช้างต่างๆ ในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งปางช้างไทรโยค ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และได้ตรวจยึดตั๋วรูปพรรณช้าง จำนวน 19 เชือก แบ่งเป็น ช้างใหญ่ 18 เชือก ลูกช้าง 1 เชือก จาก 51 เชือก ของปางช้างไทรโยค เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางปางช้างไทรโยคในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และจะดำเนินการตรวจยึดช้างดังกล่าวในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 พร้อมกันนี้ได้ตั้งข้อสงสัยลูกช้าง จำนวน 6 เชือก ว่าอาจจะเป็นช้างป่านั้น ซึ่งได้มีการนำเลือดของช้างแม่ลูกทั้ง 6 เชือก เข้ารับการตรวจเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ นั้น
ซึ่งได้ร่วมกันชี้แจงโดยสรุปว่า 1.ช้างจำนวน 19 เชือก ดังกล่าว ปางช้างไทรโยคได้ทำการซื้อและครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานการซื้อ-ขาย อย่างชัดเจน 2.ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงเกตุว่า เหตุใดช้างและตั๋วรูปพรรณไม่ตรงกันและสรุปว่าเป็นการนำช้างป่าเข้ามาสวมสิทธิ์นั้น ในข้อเท็จจริงปางช้างไทรโยคขอยืนยันว่าช้างดังกล่าวเป็นช้างบ้านที่มีการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือมาหลายครั้ง ซึ่งการซื้อ-ขายช้างในอดีตทำกันแบบเรียบง่าย และไม่ได้มีการอัพเดทหรือทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดว่าช้างและตั๋วรูปพรรณจะต้องตรงกันทุกประการแต่อย่างใด ขั้นตอนการซื้อ-ขายทำแบบวิถีชาวบ้านมีเพียงการออกเอกสารซื้อ-ขาย พร้อมทั้งส่งมอบช้างและตั๋วรูปพรรณเท่านั้น
ขั้นตอนการซื้อ-ขาย ทำแบบวิถีชาวบ้านเช่นเดียวกัน พอได้รับมอบช้างและตั๋วรูปพรรณก็มิได้ตรวจสอบเข้มงวด และบางครั้งได้มีการให้เช่าช้างออกไปให้บริการในที่ต่างๆ ในระยะยาว พอนำช้างกลับคืนมา ก็มิได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อแก้ไขในตั๋วรูปพรรณแต่อย่างใด
3.ส่วนกรณีลูกช้างต้องสงสัยจำนวน 6 เชือก ทางปางช้างไทรโยคได้ส่งเลือดเพื่อตรวจดีเอ็นเอไปที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลปรากฏว่าเป็นช้างเลี้ยงตรงกับแม่พันธุ์ที่ทางปางช้างไทรโยคระบุทุกประการ ส่วนกรณีช้างใหญ่ที่ไม่สามารถหาพ่อแม่ของช้างได้ ก็ไม่สามารถที่จะทำการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ แต่ช้างทั้งหมดสามารถตรวจสอบ Microship data ได้ที่สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างห่าติ จ.สุรินทร์ ส่วนใหญ่ช้างมีการเปลี่ยนมาเหลายมือ รวมทั้งมีการเช่าช้างออกไปให้บริการในระยะยาว ซึ่งสภาพการณ์ของช้างก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็ไม่ได้มีการไขในตั๋วรูปพรรณ ซึ่งเป็นที่มาของช้างและตั๋วรูปพรรณที่ไม่ตรงกัน
อีกทั้งอาจเกิดจากความคาดเคลื่อนจากการตรวจสอบอายุช้างจากตั๋วรูปพรรณ เช่น ความผิดพลาดจากการคาดคะเนอายุช้างด้วยสายตา เจ้าของเดิมแจ้งทำตั๋วรูปพรรณล่าช้า การคำนวณอายุช้างไม่ได้คำนวณจากวันที่เกิดจริง หรือความแตกต่างของรูปพรรณสัณฐาน เช่น เล็บและใบหูอาจเกิดจากความผิดพลาดในการแจ้ง รวมทั้งงาหรือขนายสามารถหลุดหรืองอกขึ้นใหม่ได้ เช่นเดียวกับหางที่ใช้คำจำกัดความว่า หางด้วน คือ ไม่มีขน ซึ่งขนสามารถหลุดล่วงหรืองอกขึ้นใหม่ได้
นายไชยพงษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจเจตนาและวัตถุประสงค์ของส่วนงานราชการทุกแห่งที่เข้ามาตรวจสอบเป็นอย่างดี และแสดงความบริสุทธิ์ใจพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกประการ อีกทั้งตนเป็นครอบครัวที่เติบโตมากับช้าง มีความรักและเป็นห่วงช้างอย่างจริงใจ และเห็นว่าการนำช้างป่ามาสวมสิทธิ์เป็นช้างบ้านนั้นเป็นการทำลาย ซึ่งทุกส่วนควรจะร่วมมือกันปกป้องช้าง ตนขอยืนยันว่าไม่เคยกระทำการตามที่ถูกตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด
ทางปางช้างไทรโยคขอยืนยันว่าการจัดตั้งปางช้างมีจุดประสงค์เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว และที่ผ่านมาก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีส่วนในการสร้างงานให้แก่คนในพื้นที่ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัด และภาพรวมของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตามทางปางช้างไทรโยคยังได้ยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อขอความเป็นธรรม และชี้ให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้างต่อไป
ทั้งนี้หากหน่วยงานภาครัฐดำเนินการตรวจสอบตั๋วรูปพรรณของช้างทั่วประเทศจะพบว่า จะพบตำหนิเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ตรงกับตั๋วรูปพรรณถึง 80-90% แต่หากภาครัฐจะใช้โอกาสนี้นิรโทษกรรม โดยการให้ชาวช้างทั้งหมดนำช้างมาดำเนินการทำตั๋วรูปพรรณใหม่ พร้อมถ่ายรูปตัวจริงเป็นหลักฐานประกอบหมายเลขไมโครชิพไว้ด้วย ก็จะเป็นการคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างยั่งยืนทางหนึ่ง
และกล่าวทั้งน้ำตาว่า “หากหน่วยงานราชการจะเข้ามาทำการตรวจยึดช้าง คงไม่สามารถทำอะไรได้ เพียงแต่อยากขอความเห็นใจ เพราะเกรงว่าช้างจะถูกเปลี่ยนตัว และส่งผลกระทบต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน แต่หากยืนยันว่าจะตรวจยึดตนจะขอเป็นผู้ดูแลช้างดังกล่าวเอง เพราะเกรงว่าช้างอาจผอมลงเพราะปรับเปลี่ยนคนเลี้ยงและสถานที่ และจะมีนิสัยที่ดุร้าย ทำร้ายคนเสียชีวิต”
“ผมเป็นเหมือนหนูตัวเล็กๆ กำลังสู้กับราชสีห์ ซึ่งคงไม่สามารถต้านทานแรงของหน่วยงานภาครัฐได้แน่นอน จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย” นายไชยพงษ์ กล่าว


