posttoday
แนวร่วมต้านแก้ รธน. ยังแผ่วเบา

แนวร่วมต้านแก้ รธน. ยังแผ่วเบา

24 กุมภาพันธ์ 2555

นับหนึ่งอย่างเป็นทางการ เริ่มต้น “กลไก” แก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ขั้นตอนแรกด้วยการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

นับหนึ่งอย่างเป็นทางการ เริ่มต้น “กลไก” แก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ขั้นตอนแรกด้วยการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไข รธน.ทั้งสามร่างที่เสนอจากทั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคชาติพัฒนา และฉบับของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ท่ามกลางเสียงคัดค้าน เรียกร้องให้ถอนวาระนี้ออกไปหรือเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เพื่อรอขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อประชาชนหลายหมื่นคนที่ร่วมลงรายชื่อยื่นร่างแก้ไข รธน.จากภาคประชาชนเพื่อให้พิจารณาไปพร้อมกันทีเดียว

ทว่าด้วยเสียงข้างมากในสภา แค่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเสียงในมือ 300 เสียง จากเสียงทั้งหมด 650 เสียง ต้องการเสียงจากฝั่งวุฒิสภาเพียงแค่ 26 เสียงก็จะเกินกึ่งหนึ่ง สามารถกำหนดทิศทางการประชุมในสภาได้เบ็ดเสร็จ

ความเบ็ดเสร็จนี่เอง ที่เป็นชนวนวิตกว่าจะส่งผลให้เกิดการลากจูงไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้แบบไร้การถ่วงดุล แม้ พท.จะออกมายืนยันว่าการแก้ไข รธน.เป็นเพียงแค่มาตรา 291 เปิดทางให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้ามาพิจารณารายละเอียดต่อไป

แนวร่วมต้านแก้ รธน. ยังแผ่วเบา

เสียงค้านการแก้ไข รธน.จากภายนอกสภาสะท้อนผ่านกลุ่มต่างๆ จึงดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการออกมาตั้งข้อสังเกตไปถึงประเด็นล่อแหลมชี้เป้าดักคอไปยังประเด็นที่แอบหมกเม็ดมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว รวมทั้งการครอบงำจากฝ่ายการเมืองผ่านช่องทางการคัดสรร ส.ส.ร.

แม้หลายกลุ่มจะไม่ได้มีมวลชนเป็นกลุ่มเป็นก้อนจนมีแรงกระตุกให้กระบวนการแก้ไข รธน.ต้องหยุดชะงักได้ แต่การผนึกกำลังของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน.กำลังจะก่อตัวเป็นแนวร่วมที่มีพลังทำให้เกิดแนวร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่องดูกลุ่มค้านการแก้ไข รธน.ในสังคมที่เปิดตัวชัดเจนเวลานี้

กลุ่มแรก “สยามประชาภิวัฒน์” ที่ก่อตัวจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์คมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ฯลฯ

จากจุดเริ่มต้นที่เคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ภายหลังออกมาประกาศจุดยืนเรียกร้องให้หยุดการแก้ไข รธน. เพราะมีแนวโน้มว่าจะนำไปสู่ระบอบ “เผด็จการพรรคการเมืองนายทุนผูกขาด”ภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตย

จุดแข็งด้วยความเป็นนักวิชาการ ทำให้การเคลื่อนไหวคัดค้านมีน้ำหนัก โดยเฉพาะการสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลและกลุ่มแนวร่วมต่างๆ ของรัฐบาลที่พยายามชี้นำสังคมไทยให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวว่าจำเป็นต้องแก้ไข รธน.

ทั้งที่ความพยายามแก้ไข รธน.ของรัฐบาลและกลุ่มแนวร่วมต่างๆ มีเจตนารมณ์อยู่ที่การรวบอำนาจเอาไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยพรรคการเมืองนายทุนผูกขาด ซึ่งยึดกุมอำนาจรัฐอยู่ในปัจจุบัน

ถัดมา “กลุ่มเสื้อหลากสี” เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน นำโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ที่เคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ต้น แม้จะมองว่าเป็นกลุ่มย่อยที่แตกมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แต่ก็มีมวลชนที่ร่วมกิจกรรมจำนวนไม่น้อย

ล่าสุด รวมตัวคัดค้านการแก้ไข รธน.หน้าสภา พร้อมนำรายชื่อ 3 ชื่อ ยื่นต่อ เจริญจรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา พ่วงคัดค้านการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ถัดมาที่ “กลุ่มกรีน” นำโดย สุริยะใสกตะศิลา ผู้ประสานงาน พธม. ในฐานะผู้ประสานงาน ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวคู่ขนานไปกับกลุ่ม พธม.คัดค้านการแก้ไข รธน.ด้วยเหตุผลสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ที่ยังไม่พร้อม ทั้งความขัดแย้งแตกแยก ปัญหาวิกฤตอุทกภัยที่ยังรอความชัดเจนในการเยียวยาและการรับมือกับน้ำท่วมรอบใหม่ รวมทั้งปัญหาของแพง

ทั้งนี้ ยังมองไปถึง ส.ส.ร. 3 ว่าเป็นเพียงแค่พิธีกรรมให้กระบวนการร่าง รธน.ไปสู่จุดมุ่งหมายและมีแนวโน้มจะถูกครอบงำโดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนอมินี พท. จนทำให้สังคมหวาดระแวงไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยกร่าง รธน. แม้กลุ่มนี้จะมีสมาชิกจำนวนไม่มากแต่ก็พอจะมีน้ำหนักให้สังคมหันมาฟังความคิดความเห็น

กลุ่ม พธม. นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พิภพ ธงไชย สมเกียรติพงษ์ไพบูลย์ ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ ฯลฯ ที่หลังจากประชุมได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง “หยุดนิติกรรมอำพรางล้มล้างรัฐธรรมนูญยึดอำนาจประเทศไทย”

โจมตีการแก้ไข รธน.ว่าเป็นแค่นิติกรรมอำพรางให้แก้ไข มาตรา 291 เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งและคัดเลือก ส.ส.ร.เพื่อล้มล้างรธน.ฉบับปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ 1.ล้างความผิดในอดีตของเจ้าของพรรคการเมืองและพวก 2.กระชับอำนาจให้กับตัวเองและพวกพ้องในอนาคตให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น

ก่อนเรียกความฟิตนัดชุมนุมผู้ประสานงานและตัวแทน พธม.ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 10 มี.ค. 10.00 น. โดยยังไม่ระบุสถานที่

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มในสภาสูง “กลุ่ม 50สว.” ที่ประกอบด้วย สว.ทั้งระบบเลือกตั้งและสรรหา ประมาณ 50 คน อาทิ สุรจิต ชิรเวทย์ สว.สมุทรสงคราม พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ที่ออกมาแถลงคัดค้านการยื่นร่างขอแก้ไข รธน.

ด้วยเหตุผลว่า มีการเพิ่มหมวด 16 ในการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นการล้มล้าง รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่จะนำไปสู่การล้างบาง “องค์กรอิสระ” ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนอำนาจองค์กรตุลาการ

สำรวจแนวร่วมกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาคัดค้านการแก้ไข รธน.ในเวลานี้ ยังถือว่าแผ่วเบาไร้พลัง ยังไม่สามารถกระตุกให้ผู้คนในสังคมเห็นดีเห็นงามตามที่พวกเขาพยายามกระตุ้นในเวลานี้ได้ ด้วยเหตุที่กลุ่มแนวร่วมเหล่านี้ขาดทั้งทุนและกำลังคน จึงทำได้แค่รอให้กระแสสุกงอมมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม แม้การเคลื่อนไหวของแนวร่วมต่อต้านการแก้ไข รธน.ขณะนี้ จะยังไม่มีผลชี้เป็นชี้ตายต่อกระบวนการแก้ไข รธน. แต่หากแนวร่วมเหล่านี้สามารถรวมตัวผนึกกำลังได้สำเร็จ ย่อมส่งผลต่อการเร่งเครื่องเดินหน้าแก้ไข รธน.เที่ยวนี้ก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน