
ลงมติแก้รธน.24ก.พ.-ตั้งกมธ.45คน
"วิปรัฐบาล"ยันลงมติ แก้รธน. ศุกร์นี้ ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณา 45 คน ย้ำภาคประชาชนไม่มีสิทธิร่วม "ปู"เลี่ยงตอบแก้รธน.สร้างความขัดแย้ง
"วิปรัฐบาล"ยันลงมติ แก้รธน. ศุกร์นี้ ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณา 45 คน ย้ำภาคประชาชนไม่มีสิทธิร่วม "ปู"เลี่ยงตอบแก้รธน.สร้างความขัดแย้ง
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับวิป 3 ฝ่ายล่าสุด จะมีการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในคืนวันศุกร์ที่ 24 ก.พ. นี้ โดยจะพยายามให้จบให้ได้แม้จะใช้เวลาดึกแค่ไหนก็ตาม โดยขั้นตอนการลงมติตาม มาตรา 291 (3) การลงคะแนนในวาระที่ 1 ให้ใช้วิธีขานชื่อโดยใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้จะใช้วิธีเหมือนสมัยที่ นายโภคิน พลกุล เป็นประธานรัฐสภา ซึ่งจะใช้วิธีการลงคะแนนทีละคน แต่ลงมติทีเดียว 3 ร่าง ซึ่งจะทำให้ทุ่นเวลาไปได้มากเนื่องจากถ้าใช้วิธีการขานทีละร่างจะใช้เวลาประมาณร่างละ 2 ชม. ถ้า 3 ร่างจะต้องใช้เวลาถึง 6ชม.ทำให้เสียเวลามาก ซึ่งเบื้องต้น วิปวุฒิสภา และวิปฝ่ายค้านเห็นด้วย แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจต้องกลับไปหารือกับทางพรรคก่อน แต่เท่าที่ตนไปคุยกับผู้ใหญ่ของพรรคฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยกับวิธีนี้จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
นายอุดมเดช กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... จะมีจำนวนทั้งสิ้น 45 คน แบ่งตามสัดส่วนดังนี้ สว. 10 คน สส. 35 คน โดยแยกตามสัดส่วนพรรคคือ พรรคเพื่อไทย 19 คน ประชาธิปัตย์ 11 คน ภูมิใจไทย 2 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน ชาติพัฒนา 1 คน และ พลังชล 1 คน
ส่วนประเด็นที่เคยมีการระบุว่าจะให้ภาคประชาชนที่ร่วมลงชื่อ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้ามามีสัดส่วนเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วยนั้น ข้อเท็จจริงแล้ว ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดว่าผู้ที่จะมาเป็นกรรมาธิการฯ จะต้องเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งหมายถึง สส. และ สว. เท่านั้น
ปูเลี่ยงตอบแก้รธน.สร้างความขัดแย้งหรือไม่
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความรุนแรงนั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวเปิดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งมาจากภาคประชาชน และทุกคนก็สามารถที่จะออกความเห็นได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าถ้ามาจากประชาชนจริง บรรยากาศต่างๆ จะเป็นไปตามความต้องการ ของส่วนรวม
ส่วนทำอย่างไรให้สังคมเชื่อว่าส.ส.ร.จะไม่ถูกกำหนดโดยภาคการเมือง ต้องเกิดจากกระบวนการรัฐสภา อยู่ที่กระบวนการนิติบัญญัติ ส่วนรัฐบาลเองต้องกำหนดวิธีการในการที่จะเลือกตัวแทนที่มาจากภาคประชาชน ซึ่งตรงนี้อยูในเนื้อหาที่ต้องถกกันในที่ประชุมสภา
สำหรับกรณีที่นายคณิต ณ นคร ระบุว่าให้รอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก่อน น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของกฎหมายนิติบัญญัติ ที่ต้องกำหนดกันเอง ในส่วนของรัฐบาลคงต้องทำหน้าที่ของรัฐบาลที่จะส่งร่างไป ส่วนจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นเรื่องของทางสภาจะไปตัดสินใจและโหวตกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวจะเกิดความขัดแย้งในสังคมอีกหรือไม่ ก็อยากขอความร่วมมือ และไม่อยากให้เกิดบรรยากาศความขัดแย้งอยู่แล้ว คงต้องพยายามที่จะทำความเข้าใจ เพราะว่าวัตถุประสงค์จริงๆแล้ว เพื่อต้องการรับฟังความคิดเห็น กระบวนการก็มีแต่ละกระบวนการที่จะรับฟังหลายขั้นตอน ก็ไปอยู่ในขั้นตอนของนิติบัญญัติที่จะพิจารณา







