posttoday
มท.หนักใจชาวบ้านรุกแก้มลิงเพียบ

มท.หนักใจชาวบ้านรุกแก้มลิงเพียบ

20 กุมภาพันธ์ 2555

รองปลัดมท.ติงการเมืองหนุนหลัง ทำชาวบ้านรุกแก้มลิงเพียบ สั่งผวจ.ตั้งวาระจังหวัดจัดการเด็ดขาด

รองปลัดมท.ติงการเมืองหนุนหลัง ทำชาวบ้านรุกแก้มลิงเพียบ สั่งผวจ.ตั้งวาระจังหวัดจัดการเด็ดขาด

นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า หนักใจกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ตามบึงรับน้ำ และคูคลองต่างๆ ตามที่รัฐบาลวางแผนไว้สำหรับป้องกันอุทกภัย เนื่องจากประชาชนทุกจังหวัดบุกรุกกันหมด แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร เจ้าท่าก็ดี จังหวัดต่าง ๆ หรือกทม.ก็ดี ควรจะตั้งเป็นวาระของแต่ละจังหวัดในการจัดการผู้บุกรุก เพราะปัญหาขณะนี้ หลายบึงรับน้ำเหลือพื้นที่แค่ 50 % อย่างไรก็ตาม พอจัดการเรื่องนี้เข้า ก็ถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมืองอีก เพราะคนที่มาบุกรุกก็ตั้งคำถามว่าทำไมบุกรุกแรก ๆ ยังไม่ยอมจัดการ ทำไมถึงมาทำเอาช่วงนี้ ซึ่งนี่เป็นข้อบกพร่องของประเทศเรา นักการเมืองเอาใจประชาชนให้พื้นที่หลวงไปใช้สิทธิ์กันได้ ข้าราชการก็วางเฉย ปล่อยปละละเลยมาตลอด ทำให้ปัญหายังคาอยู่ถึงทุกวันนี้

มท.หนักใจชาวบ้านรุกแก้มลิงเพียบ ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ

"ผู้ว่าฯคนไหนเอาจริง พอเจอการเมืองแทรกซ้อนนี้ก็เหนื่อยมาก การเมืองเขาก็หนุนบอกให้ปล่อยไปเถอะของหลวง เยอะมาก ป่าเขาก็กลายเป็นมีเจ้าของอีก ผมก็ดำเนินคดีมาตลอด หากจะทำจริงจัง ต้องปฏิรูปกันเยอะ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดคงต้องจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะพื้นที่รับน้ำอย่างไรต้องทำ และก็จ่ายค่าตอบแทนให้เขาไป เพราะส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน"นายประชากล่าว

สำหรับการใช้ที่นาเป็นพื้นที่รับน้ำนั้น นายประชากล่าวว่า หลักเกณฑ์อยู่ในระหว่างการพิจารณาจากกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) และต้องมีการตรวจสอบเจ้าของพื้นที่เสียก่อน ถ้าเป็นเกษตรกรในพื้นที่ก็ยินดีที่จะจ่ายค่าชดเชย เพราะที่นาโดนน้ำท่วมก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่ามีพื้นที่ที่เป็นของนายทุนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี จึงต้องเข้มงวดเพื่อไม่ให้ใครมาสวมสิทธิ์รับเงินชดเชย โดยหลักการกว้าง ๆ ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องมีการจำกัดว่าต้องไม่เกินกี่ไร่ ส่วนเกษตรกรที่เช่านาก็จ่ายค่าเช่าไป แต่ได้ก็รับเงินจำนวนนี้ด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้ตรวจสอบว่าพื้นที่รับมากมีเกษตรกรจำนวนเท่าใด และใครลงทะเบียนว่าเป็นเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องที่ดิน  ซึ่งพื้นที่ที่ทางกยน. กำหนดไว้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น ล้วนเป็นพื้นที่ต่ำ ที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ กยน.และกระทรวงเกษตรฯ จัดหาได้แล้วทั้งสิ้นประมาณ 1.4 ล้านไร่ โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่กลางน้ำตอนบน 431,258 ไร่ รับน้ำได้ 828 ล้านลบ.ม., พื้นที่กลางน้ำตอนล่าง 969,140 ไร่ รับน้ำได้ 1860.70 ล้านลบ.ม.  ส่วนที่รอกระทรวงเกษตรฯสำรวจเพิ่มเติมคงเหลืออีก 599,602 ไร่ เพื่อให้รองรับน้ำเพ่มเติมอีก 1,031.30 ล้านลบ.ม. และจะกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชย รวมถึงพื้นที่รับน้ำได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากอย่างแน่นอน

นายประชา กล่าวต่อว่า  จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำต้องเร่งขุดลอกคูคลอง ห้วยหนองคลองบึง ต้องทำให้เสร็จ ซ่อมบำรุงฝายให้เสร็จก่อนฝนมา แต่หากฝนมีปริมาณเท่ากับปีที่แล้ว คาดว่าน้ำคงจะท่วมอยู่บ้าง แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ไม่เหมือนกับปีที่แล้วแน่นอน  ทั้งนี้ จะให้ทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำ ต้องทำโครงการแก้ไขระยะสั้น ส่งมาที่สำนักงบประมาณภายในวันที่ 22 ก.พ. นี้ หากจังหวัดใดไม่ส่งมาจะตัดโครงการจังหวัดนั้นทิ้ง ส่วนโครงการระยะยาว ทาง กยน. จะเป็นผู้จัดทำเอง

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงตรวจพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นการนำเสนอโครงการจากทางจังหวัดสู่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น นายประชากล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละจังหวัดจะเสนอโครงการมาเป็นจำนวนมาก ทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดเล็ก เมื่อครม.เดินทางมาตรวจเยี่ยม อย่างไรก็ตามได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในระดับพื้นที่ และระดับจังหวัดอย่างเข้มข้นในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ อย่างเข้มข้น โดยมีตัวแทนจากทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณเข้าร่วมเวิร์กช็อป รวมถึงเป็นผู้ควบคุมรวมถึงคัดสรรและตัดทอนให้เหลือเฉพาะโครงการที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนเท่านั้น

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งความคืบหน้าการให้เงินช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ใน 31 จังหวัด ว่า ได้จ่ายไปแล้ว 1,773,023 ครัวเรือน คิดเป็น88.37% ส่วนที่เหลิออีก 11.63% นั้นหาตัวผู้รับผลประโยชน์ไม่พบ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่