posttoday
ลุยฟ้องศาลสกัดแป๊ะเจี๊ยะโรงเรียน

ลุยฟ้องศาลสกัดแป๊ะเจี๊ยะโรงเรียน

20 กุมภาพันธ์ 2555

ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติลุยฟ้องศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินหลังศธ.ให้นโยบายเปิดทางโรงเรียนรับบริจาคแลกเข้าเรียน

ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติลุยฟ้องศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินหลังศธ.ให้นโยบายเปิดทางโรงเรียนรับบริจาคแลกเข้าเรียน

นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ได้เดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว กรณีแป๊ะเจี๊ยะหรือเงินกินเปล่า โดยจะฟ้อง นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ทั้งนี้จะฟ้อง ในข้อหาดังต่อไปนี้ 1. การที่รมว.ศธ.ได้ให้นโยบายในวันแถลงนโยบายการรับนักเรียนประจำปี 2555 ว่า โรงเรียนสามารถที่จะรับบริจาคเงินโดยแลกกับการได้เข้าเรียนหรือแลกกับที่นั่งเรียนของนักเรียนได้ เป็นสิ่งที่ผิดหลักคุณธรรมและละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 30  เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนโดยใช้ฐานะทางเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นจะทำให้หลักคุณธรรมของชาติเสียหาย เพราะเป็นการให้ความสำคัญกับเงินตรามากกว่าความดีและความสามารถ จะทำให้เยาวชนของชาติและประชาชนทั่วไปยึดติดกับการใช้เงินแทนที่จะเป็นความสามารถ คนจนก็จะถูกละเมิดสิทธิตลอดไป จะเกิดความเหลื่อมล้ำและแตกแยกในสังคมอย่างร้าวลึกและยากที่จะเยียวยา

2. กรณีที่ ตามระเบียบการรับนักเรียนปี2555 ข้อ 3.3.5.4 ข้อ 4.6 ระบุว่า “นักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการครูและบุคลากรของโรงเรียน” มีสิทธิเข้าเรียนได้เลย  ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะลูกของครูและบุคลากรของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงควรมีสิทธิเท่ากับลูกครูและบุคลากรของโรงเรียนอื่นๆ และควรมีสิทธิเท่ากับลูกของประชาชนอาชีพอื่นๆ ด้วย การที่ใช้ข้ออ้างว่าเมื่อพ่อแม่สอนอยู่ที่นั่น      การให้ลูกไปเรียนที่อื่นจะเป็นสิ่งที่จะสร้างความลำบากให้ครูผู้เป็นพ่อแม่นั้น เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นและไม่เป็นธรรม เพราะถ้าเช่นนั้นครูที่เป็นพ่อแม่แต่สอนที่โรงเรียนอื่นที่ลูกตนเองไม่ได้เรียนอยู่ก็จะต้องเดือดร้อนด้วย หรือผู้ปกครองคนอื่นๆที่ไม่ได้เป็นครูก็จะต้องเดือดร้อนด้วย

และการเป็นลูกของครูที่สอนอยู่ที่โรงเรียนดังๆนั้นย่อมได้เปรียบนักเรียนคนอื่นๆอยู่แล้ว เพราะเด็กสามารถรู้แนวข้อสอบได้ดีกว่าลูกคนอื่นๆที่ไม่ใช่ครูโรงเรียนนั้น และการเป็นลูกครูก็ย่อมได้รับการสอนเป็นพิเศษจากพ่อแม่ที่เป็นครูอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้อภิสิทธิ์ช่องทางอื่นๆ อีก  และโดยข้อเท็จจริงแล้ว ปัจจุบันลูกครูส่วนมากจะเรียนเก่งอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้อภิสิทธิ์ให้เป็นรอยด่างกับครูและลูกครูโรงเรียนดังๆ เช่นที่ทำมาต่อไปอีก  แต่ถ้าลูกครูมีอภิสิทธิ์เข้าได้ ก็จะถือว่าลูกครูนั้นฝากได้ ในขณะที่มีความพยายามที่จะกันไม่ให้มีการฝากเด็ก แต่กลับรับฝากลูกครูเสียเอง

3.จากระเบียบข้อ 3.3.5.4 ข้อที่ 4.7 ระบุว่า “นักเรียนที่อยู่ในอุปการคุณของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง” สามารถได้สิทธิเข้าเรียนได้เลย กรณีดังกล่าว จะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เช่นกัน และเป็นการส่งเสริมแป๊ะเจี๊ยะอีกรูปแบบหนึ่ง แต่เป็นแป๊ะเจี๊ยะที่ผู้ปกครองต้องวางแผนการจ่ายล่วงหน้านานสามสี่ปีขึ้นไป เหมือนเป็นการผ่อนจ่ายล่วงหน้านั่นเอง ดังนั้นเมื่อผู้ปกครองเริ่มตั้งครรภ์ก็จะเตรียมวางแผนหาที่เรียนให้กับลูกและเมื่อกฎเป็นเช่นนี้ผู้ปกครองก็จะทยอยบริจาคเงินล่วงหน้าให้กับโรงเรียน

ระเบียบข้อนี้ยังหมายความรวมถึง เด็กที่อยู่ภายใต้อุปการคุณของผู้มีบารมีด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้กว้างขวางที่ต้องบริจาคเงินเพื่อรักษาบารมีไว้ทุกๆปีจะได้สิทธิฝากใครก็ได้เข้าเรียนโดยอ้างว่าเป็นเด็กในอุปการคุณ และเมื่อไม่จำกัดจำนวนก็จะทำให้การฝากเด็กในช่องทางนี้มีจำนวนมากจนควบคุมไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69