posttoday
บึ้มวาเลนไทน์ ...สะเทือนไทยทั้งบาง

บึ้มวาเลนไทน์ ...สะเทือนไทยทั้งบาง

19 กุมภาพันธ์ 2555

สถานการณ์รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ แต่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

สถานการณ์รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ แต่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

กลับตกตะลึงกับเหตุวางแผนระเบิดอย่างอุกอาจกลางกรุงของหนุ่มอิหร่านที่สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วโลก

เหตุระเบิดเกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. จุดแรกมีขึ้นภายในบ้านเลขที่ 66/31 ซอยปรีดี พนมยงค์ 31 คนร้ายชื่อ ซาเอบ โมราบี สัญชาติอิหร่าน วิ่งออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว อยู่ในสภาพโชกเลือด พยายามหลบหนีโดยโบกมือเรียกรถแท็กซี่ แต่เมื่อคนขับเห็นท่าไม่ดีจึงไม่ยอมจอดรับ ทำให้คนร้ายโมโหและล้วงระเบิดที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้ออกมาขว้างใส่รถ แรงระเบิดทำให้รถยนต์พังเสียหาย ส่วนโชเฟอร์และประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ จากนั้น ซาเอบ วิ่งหลบหนีมาที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ซอยปรีดี พนมยงค์ 3133 ถนนสุขุมวิท 71 ก่อนจะพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน จึงขว้างระเบิดใส่ แต่ระเบิดกลับหลุดมือและตกใส่ตัวเองจนขาทั้งสองข้างขาด อาการสาหัส

การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้นำกำลังเข้าตรวจที่เกิดเหตุและบ้านพักคนร้าย พบว่า คนร้ายใช้ระเบิดซีโฟร์ติดตั้งในวิทยุทรานซิสเตอร์ทั้งหมด 5 ลูก หนักลูกละ 2-3 ปอนด์ โดย 3 ลูกแรก ระเบิดในที่เกิดเหตุ ส่วนอีก 2 ลูกเก็บกู้ได้ ทั้งนี้ช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุร้ายคือ โมฮัมหมัด ฮาซาอิ สัญชาติอิหร่าน ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหลบหนีไปยังมาเลเซีย

บึ้มวาเลนไทน์ ...สะเทือนไทยทั้งบาง

สำหรับความคืบหน้าของคดี มีการรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยาน พบว่า ผู้ต้องหาในคดีมี 4 คน คือ 1.ซาเอบ โมราบี (บาดเจ็บสาหัส) 2.โมฮัมหมัด ฮาซาอิ (ถูกจับกุมได้) 3.มาซุด ซีดากัส ซึ่งหนีออกนอกประเทศ แต่ถูกทางการมาเลเซียกักตัวไว้ได้ และ 4.โรฮานี ไลลา หลบหนีไปอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยไม่สามารถจับกุมตัวได้ เพราะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ด้าน อะนิล วาธวา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เดินทางมาให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า มีลักษณะคล้ายเหตุการณ์ลอบทำร้ายนักการทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และกรุงทิบลิซี ประเทศจอร์เจีย ในช่วงไล่เลี่ยกัน

แรงกระเพื่อมของระเบิดสร้างความหวาดหวั่นให้ 14 ประเทศทั่วโลก โดยการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังไทย ประกอบด้วย แคนาดา สหรัฐ อังกฤษ ไอซ์แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บราซิล นิวซีแลนด์ อิตาลี นอร์เวย์ อิสราเอล และไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด เพราะต้องรอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักข่าวกรองแห่งชาติสรุปมาก่อน ขณะที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ คาดว่าทั้ง 14 ประเทศดังกล่าวจะประกาศเตือนไม่นาน เนื่องจากตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งได้ชี้แจงสถานการณ์ให้ทูตแต่ละประเทศรับฟังเป็นระยะ

ความเคลื่อนไหวอีกเรื่องคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้บรรจุญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 2-3 ก.พ. พร้อมกับเปิดเผยปฏิทินแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากแก้มาตรา 291 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว จะใช้เวลา 23 เดือน ในขั้นตอนเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามร่างของรัฐบาลกำหนดให้มี 99 คน มาจากการเลือกตั้งแต่ละจังหวัด 77 คน อีกส่วนมาจากนักวิชาการที่รัฐสภาจะลงมติเลือก 22 คน

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานรัฐสภารีบร้อนบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญเร็วเกินไป แม้ตามข้อบังคับกำหนดว่าเมื่อประธานรัฐสภาได้รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและตรวจสอบความถูกต้องเสร็จแล้ว ให้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระภายใน 15 วัน แต่ไม่ได้บังคับว่าจะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาภายใน15 วันทันที แสดงให้เห็นว่ามีความพยายามรีบเร่งรวบรัดตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ และเห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้จะนำไปสู่ระบบทุนนิยมเผด็จการ มีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลประโยชน์ของคนพิเศษ และการเสนอแก้รัฐธรรมนูญในช่วงนี้จะยิ่งสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น

สำหรับภารกิจ “ทัวร์นกขมิ้น” ระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ. ของ ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มจากเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ที่วางเป้าให้เป็นต้นแบบเขื่อนอื่นๆ ในการพร่องน้ำ ก่อนลงสู่พื้นที่ตอนกลางน้ำ บริเวณ จ.นครสวรรค์ ที่เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปลูกป่า ปรับระบบนิเวศให้เสร็จภายใน 3 เดือน

เป้าหมายหลักของทัวร์นกขมิ้นคือ การตามหาพื้นที่กลางน้ำมาทำทุ่งรับน้ำ หรือ “แก้มลิง” ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 2 ล้านไร่ เพื่อรับน้ำให้ได้ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์หลังปิดทัวร์นกขมิ้น ขอบคุณชาวบ้าน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ยอมเสียสละพื้นที่ทำแก้มลิง 27,450 ไร่ ให้เป็นพื้นที่รับน้ำ โดยทั้งหมดรัฐบาลสามารถหาพื้นที่แก้มลิงล่าสุดได้แล้ว 1.5 ล้านไร่ รับน้ำได้ 4,900 ล้าน ลบ.ม. ยังขาดอีก 5 แสนไร่

การออกมาขอบคุณครั้งนี้ สร้างความงุนงงให้ชาว อ.บางบาล ไม่น้อย เมื่อ สุดใจ อินทลำพัน ชาวบ้าน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องที่นายกฯ จะใช้พื้นที่ทำกินของชาวบ้านเป็นแก้มลิง เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาถามความเห็นของชาวบ้าน นี่จึงเป็นการมัดมือชกของภาครัฐและส่วนราชการที่รับปากแทนชาวบ้าน


 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน