
ปูชงครม.ขออีก5พันล้านอนุมัติ117โครงการ
นายกรัฐมนตรี สรุปแผนบริหารจัดการน้ำ หลังทัวร์นกขมิ้น เตรียมชงครม.ของบเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท 117 โครงการเร่งด่วน หาพื้นที่แก้มลิงเพิ่ม
นายกรัฐมนตรี สรุปแผนบริหารจัดการน้ำ หลังทัวร์นกขมิ้น เตรียมชงครม.ของบเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท 117 โครงการเร่งด่วน หาพื้นที่แก้มลิงเพิ่ม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจการติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำวันสุดท้าย
โดยเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่ตรวจติดตามการแก้ปัญหาอุทกภัยพื้นที่ปลายน้ำ(ตอนบน) โดยมีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากมาทำข่าว
โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจากการติดตามการแก้ปัญหาอุทกภัย และการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำตลอด 5 วันที่ผ่านมาว่า มีการอนุมัติโครงการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมเพิ่มเติม จากการสรุปร่วมกันระหว่าง กยน. และผู้ว่าราชการจังหวัด อีก 117 โครงการ ใช้งบประมาณอีก 5 พันล้านบาท ซึ่งได้ให้แต่ละหน่วยงานไปทำเรื่องเสนอเข้าครม.ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ทั้งนี้จะมีคณะทำงานลงไปติดตามการทำงานใน 3 เดือนนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่แก้มลิงได้ทั้งหมด 1.5 ล้านไร่ สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้หากเป็นไปได้รัฐบาลก็ยังต้องการพื้นที่แก้มลิงจากประชาชนเพิ่มเติม
“รัฐบาลต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด รวมถึงผู้ว่าฯ กทม.ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี วันนี้เราได้เชื่อมการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบแล้ว ขอบคุณประชาชนที่ให้พื้นที่รับน้ำ ในนามของรัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลเยียวยาให้ดีที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยตัวเลขการจ่ายเงินเยียวยา ขอให้ ผวจ.ได้ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ก่อน เพราะการเยียวยาแต่ละพื้นที่มีหลายรูปแบบ แต่ยืนยันว่าทุกรูปแบบมีมาตรฐานแน่นอน และเราได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว โดย 3 เดือนนี้ทางผวจ.จะไปเจรจากับชาวบ้านให้เสร็จสิ้นทั้งหมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าสถานการณ์น้ำในปีนี้จะท่วม กทม.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราตั้งสมมุติฐานน้ำไว้ที่ 2 หมื่นล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำของเขื่อนรับไป 5 พันล้าน ลบ.ม. พื้นที่แก้มลิงอีก 5 พัน ลบ.ม. ดังนั้นน้ำจะหายไป 1 หมื่นล้าน ลบ.ม. เหลืออีก 1 หมื่นล้าน ลบ.ม. ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน และประชาชนในการขุดลอกคูคลองให้น้ำไหลสะดวก ดังนั้นหากไม่มีปริมาณน้ำฝนมากกว่านี้ การขุดลอกคูคลองได้รับความร่วมมืออย่างดี ก็มั่นใจว่าสถานการณ์ฯจะดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะเราจะให้น้ำไหลไปตามฟลัดเวย์ธรรมชาติ แต่ยอมรับว่าอาจมีพื้นที่ที่กระทบบ้าง เพราะผังเมืองวันนี้เปลี่ยนไป ซึ่งเรายังไม่ได้สำรวจ แต่ก็เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว รวมทั้งกทม. ไม่น่ามีสภาพอย่างที่เคยเห็น
จากนั้น นายกฯ และคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมยังประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ จังหวัดปทุมธานี โดยเป็นจุดสำคัญอีก 1 จุดสำคัญในการป้องกันปริมาณไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดตามการซ่อมแซมประตูระบายน้ำส่วนที่เกิดการชำรุดจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ซึ่งประตูระบายน้ำแห่งนี้เป็นโครงการคันกั้นน้ำพระราชดำริ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อ







