
สถานการณ์เด่น
สถานการณ์เด่นวันที่ 2 มี.ค. ความเคลื่อนไหวสถานการณ์กรุ่นทางการเมือง ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตา
06.30 น. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินและกรุงไทย สาขาอำเภอเมือง สุไหงโกลก และระแงะ จ.นราธิวาส รวม 6 จุด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับปัญหาการ เมือง เช่น กรณีระเบิดธนาคารใน กทม.
10.00 น. บรรยากาศการใช้บริการหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดทำการยังคงคึกคัก โดยเฉพาะการใช้เครื่องอัตโนมัติหน้าสาขาของธนาคาร ซึ่งตั้งใกล้กับประตูทางเข้าที่เกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิด ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ตกใจ
ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม สั่งฟ้องนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำเสื้อแดง และนายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ ผู้ขับแท็กซี่ ข้อหาร่วมกันมีใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
11.30 น. นายสุรชัย เกิดดี วัย 45 ปี ฉุนรัฐปิดกั้นสื่อ บุกปาอึหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถูกตำรวจรวบตัวส่งฟ้องศาล ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษจำคุก 10 วัน เหลือกักขัง 5 วัน
12.00 น. นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในช่วงนี้ ยังไม่ได้เป็นแรงกดดันที่จะทำให้ ธปท.ต้องเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินหรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายทันที แต่ยังต้องจับตาดูการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อต่อไป
12.15 น. อัยการฝ่ายคดีอาญา เลื่อนสั่งฟ้อง 14 แกนนำเสื้อแดง คดีก่อความเสียหายให้บ้านเมืองในช่วงเดือน เม.ย. 2552 ไปเป็นวันที่ 25 พ.ค. อ้างพิจารณาสำนวนไม่แล้วเสร็จ
13.00 น. ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพประชุมรับมือสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อธนาคาร โดยสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้พนักงานตำรวจเพิ่มการดูแลลูกค้า นายเดชา ตุลานันท์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า เชื่อว่าเหตุการณ์ปาระเบิดที่เกิดขึ้น คนร้ายไม่ได้มุ่งเอาชีวิต แต่เป็นเพียงการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความสนใจ และทำให้เกิดความเสียหาย
13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม. สั่งหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบจากคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำเนินคดีแพ่ง อาญาต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมสั่งอัยการศึกษาข้อกฎหมายเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ
14.00 น. นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) อยู่ที่ระดับ 22,212 เมกะวัตต์ ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 168 เมกะวัตต์ การใช้ไฟพีกปีนี้เกิดขึ้นเร็ว จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดช่วงเดือน เม.ย. และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการทำลายสถิติพีกอีกหลายครั้ง เพราะเพิ่งเข้าสู่เดือน มี.ค.
14.00 น. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้คงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่องอีก 1 ปี โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค. 2554 คาดว่าจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวในปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 15.315.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 14.9 ล้านคน และให้กระทรวงการต่างประเทศศึกษาว่าการยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ในอัตราเท่าใด เนื่องจากเป็นมาตรการที่สร้างแรงจูงใจต่อนักท่องเที่ยวมากที่สุด
ขณะเดียวกัน นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หน่วยข่าวกรองรายงานความเคลื่อนไหวมวลชนเสื้อแดง พบว่ามี ความพยายามเข้าพื้นที่กระจายทั่วกรุง
16.00 น. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ยืนยันสถานการณ์การวางระเบิดธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้ยังไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับระบบการให้บริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์โดยรวม และมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดรัดกุมระดับหนึ่งอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.มีมติขอคำตัดสินศาลฎีกาฯ คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ขยายเอาผิดอาญา 4 ประเด็น ซุกหุ้นลดส่วนแบ่งโทร.เติมเงินแก้สัญญาโรมมิงสัมปทานดาวเทียมเอื้อชินคอร์ป
16.20 น. นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด เรียกประชุมคณะทำงานอัยการติดตามดำเนินคดีหลังมีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า อัยการส่งฟ้องต่อศาลแล้ว 2 เรื่อง คือ การอนุมัติปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) และคดีการแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต
ส่วนคดีแก้สัญญาให้ กสทฯ รับผิดชอบโรมมิง การแก้ไขสัญญาลดส่วนแบ่งสัมปทานโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน และการแก้ไขสัญญาระบบดาวเทียมไอพีสตาร์นั้น ยังอยู่ในชั้นพิจารณาของ ป.ป.ช. ส่วนความผิดในคดีแพ่ง กระทรวงการคลังจะพิจารณาว่ากระทรวงใดหรือหน่วยงานใดได้รับความเสียหายก็ต้องยื่นฟ้องเอง







