
กำชับ"ผู้ว่าฯ-นายทะเบียน"เข้มออกใบอนุญาตปืน
พระนายสั่งทุกจังหวัดคุมเข้มการออกใบอนุญาตปืนหวั่นลอบนำไปล่าสัตว์ป่า-ก่ออาชญากรรม
พระนายสั่งทุกจังหวัดคุมเข้มการออกใบอนุญาตปืนหวั่นลอบนำไปล่าสัตว์ป่า-ก่ออาชญากรรม
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในข่าวที่มีการใช้อาวุธปืนยาวชนิดล่าสังหาร (sniper rifles) ยิงช้างป่าเพื่อนำอวัยวะสำคัญไปจำหน่ายในตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยในเรื่องการนำอาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด และนายทะเบียนท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้เข้มงวดในการอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและการออกใบอนุญาตให้สั่งนำเข้าอาวุธปืน โดยเฉพาะการอนุญาตอาวุธปืนยาวที่มีอานุภาพร้ายแรง ให้ตรวจสอบเหตุผลความจำเป็น และการขออนุญาตต้องเป็นไปตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด
"ให้นายทะเบียนท้องที่ตรวจสอบความจำเป็นในการขอ หากเป็นเหตุผลเพื่อป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน สามารถใช้อาวุธปืนชนิดหรือขนาดที่เหมาะสมอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธยาวที่มีอานุภาพร้ายแรง หากขอใช้เพื่อการกีฬานายทะเบียนท้องที่จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปเพื่อการฝึกซ้อมและแข่งขันในทางกีฬาและต้องมีหนังสือรับรองการเป็นนักกีฬายิงปืนจากสมาคมยิงปืน ที่สำคัญการขออนุญาตเพื่อใช้ในการยิงสัตว์ปัจจุบันไม่สามารถกระทำได้"นายพระนายกล่าว
ทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตให้บุคคลมีและใช้อาวุธปืนยาวที่มีอานุภาพร้ายแรงทุกกรณี ให้นำผลกระทบต่อสัตว์และแนวทางอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุมครองสัตว์ป่าประกอบการมาพิจารณาด้วย
สำหรับการพิจารณาให้บุคคลทั่วไป และผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าจำหน่ายอาวุธปืน (แบบ ป.5) ในการสั่งนำเข้าถือเป็นอำนาจของนายอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องที่ ดังนั้น เพื่อให้การอนุญาตให้สั่ง นำเข้า อาวุธปืนยาวที่มีอานุภาพร้ายแรง ได้ผ่านการตรวจสอบ ทักท้วง และควบคุมในทางการบังคับบัญชาเพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องและรัดกุม จึงให้นายทะเบียนท้องที่ผู้ออกใบอนุญาตให้สั่งนำเข้าอาวุธปืนยาวที่มีอานุภาพร้ายแรง ขนาด.223 ขนาด.30 – 06 ขนาด.308และขนาด .338 หรือขนาดที่เทียบเท่าและมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไป รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบและพิจารณาดำเนินการตามสมควรแก่กรณีด้วย
นอกจากนี้ หากเกิดเหตุก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น โดยใช้อาวุธปืนที่มีอานุภาพร้ายแรงทำร้ายหรือฆ่าผู้อื่น หรือกระทำผิดกฎหมายใดๆ นายทะเบียนท้องที่ที่เกิดเหตุจะต้องตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่าผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธ (แบบ ป.4) หรือไม่ โดยให้นำข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาประกอบการพิจารณาการเพิกถอนใบอนุญาต (แบบ ป.4) หรือการทำทัณฑ์บนตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539







