
ยอดแอลพีจีภาคอุตฯลดหมื่นตัน
หลังรัฐบาลขึ้นราคาไปแล้ว9บ.เอสเอ็มอีหัวใสหันซื้อถัง48กก.
หลังรัฐบาลขึ้นราคาไปแล้ว9บ.เอสเอ็มอีหัวใสหันซื้อถัง48กก.
ยอดใช้แอลพีจีภาคอุตฯ ลดลงเดือนละ 1 หมื่นตันหลังปรับราคาไปแล้ว 3 ครั้งรวม 9 บาท/กก. แต่ภาคครัวเรือนยังโต
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากการติดตามปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่าเริ่มมีปริมาณลดลง โดยเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณการใช้แอลพีจี เฉลี่ยอยู่ที่ 5 หมื่นตัน จากก่อนหน้านี้อยู่ที่เดือนละ 6 หมื่นตัน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายการปรับขึ้นราคาจำหน่ายของแอลพีจีภาคอุตสาห กรรมรายไตรมาส รวมแล้วปรับขึ้นไป 3 ครั้ง จำนวน 9 บาท/กก. ส่งผลให้ราคาจำหน่ายปัจจุบันอยู่ที่ 27.13 บาท/กก
ขณะเดียวกันหากมองยอดการใช้แอลพีจีภาคครัวเรือนกลับมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9% เพราะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีบางราย หันมาใช้ถังแอลพีจี ขนาด 48 กก.จำนวน 20 ถัง แต่ต้องไม่เกิน 1,000 กก. จะสามารถซื้อแอลพีจี ในราคาภาคครัวเรือนต่อไปได้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการลดผลกระทบของภาครัฐที่ได้กำหนดไว้
“ตัวเลขแอลพีจีภาคอุตสาห กรรมลดลงไปประมาณ 1 หมื่นตัน/เดือน ก็ทำให้มีเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบ้าง เพราะราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นไป 9 บาท/กก. ถูกนำส่งเป็นรายได้ แต่ส่วนการลดภาระชดเชยก็มีบางส่วนเท่านั้น เพราะในภาพรวมการใช้แอลพีจีของประเทศยังคงสูงอยู่” นายวีระพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.พ.ปริมาณนำเข้าแอลพีจีสูงถึง 1.7 แสนตัน จากปกติจะนำเข้าเฉลี่ย 1.2-1.3 แสนตัน เนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 แจ้งปิดซ่อมบำรุง ทำให้การผลิตแอลพีจีในประเทศลดลง ประกอบกับเป็นเดือนที่ราคาแอลพีจีในตลาดโลก ทำสถิติสูงถึง 1,022 เหรียญสหรัฐ/ตัน ดังนั้นจะต้องใช้จ่ายเงินนำเข้าถึง 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเดือนก่อนหน้านี้
นางพูนทรัพย์ สกุณี รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ตอนนี้ถังแอลพีจีขนาด 48 กก.มียอดจำหน่ายสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหันไปใช้.แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 20 กก. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีมากกว่า ในขณะที่การตรวจสอบยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือการลักลอบใช้ผิดประเภท
สำหรับสถิติการใช้แอลพีจีในปี 2554 มีความต้องการใช้ 5.45 แสนตัน/เดือน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 อยู่ที่เดือนละ 4.57 แสนตัน แยกเป็นการใช้ในภาคครัวเรือน 2.2 แสนตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 40% ของการใช้ทั้งหมด ภาคขนส่ง เดือนละ 7.6 หมื่นตัน ภาคอุตสากรรม เดือนละ 6.2 หมื่นตัน และภาคปิโตรเคมีเดือนละ 1.87 แสนตัน
ด้านยอดใช้น้ำมันในเดือน ม.ค. 2555 มีการปรับลดทุกชนิด โดยการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์อยู่ที่วันละ 19.9 ล้านลิตร จากเดือน ธ.ค. 2554 อยู่ที่วันละ 20 ล้านลิตรโดยแยกเป็นการใช้ในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ วันละ 10.6 ล้านบาท จากเดือนก่อนใช้วันละ 11 ล้านลิตร ในขณะที่การใช้น้ำมันดีเซล อยู่ที่วันละ 53.3 ล้านลิตร ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนอยู่ที่วันละ 57.8 ล้านลิตร







