
วุฒิฯชำแหละ4พรก.บกพร่องเพียบ
ไร้ความชัดเจนปชช.รับภาระ สุวัจน์ชี้ป๋าพบปูสยบข่าวปฏิวัติ
ไร้ความชัดเจนปชช.รับภาระ สุวัจน์ชี้ป๋าพบปูสยบข่าวปฏิวัติ
กมธ.วุฒิฯ ซัด พ.ร.ก. 4 ฉบับขาดแผนบริหารชัดเจน หวั่นโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ สร้างภาระประชาชนผ่านดอกเบี้ย
นายอนุรักษ์ นิยมเวช สว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่า กมธ.ได้พิจารณาแนวทางการ บริหารจัดการการเงินการคลังตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทั้ง 4 ฉบับ โดยภายหลังจากเชิญตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสมาคมธนาคารไทย มาให้ความเห็น พบว่ามีข้อบกพร่องจำนวนมาก โดยเฉพาะการขาดความชัดเจนในแผนบริหารการเงินการคลัง
นายอนุรักษ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยไม่ครอบคลุมถึงผู้เสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ส่วน พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ รัฐบาลต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพียงพอหรือไม่
“พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท อาจไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2556 เพราะบางโครงการต้องคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 และ พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท เป็นการผลักภาระให้ประชาชนในรูปการลดดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้” นายอนุรักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมวุฒิสภามีวาระพิจารณา พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และ พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ในวันที่ 13 ก.พ.
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงการร่วมงาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ตามคำเชิญของรัฐบาลว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นการปรองดอง และจะสยบข่าวเรื่องการปฏิวัติ ซึ่งภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้มีความร่วมมือกันที่จะสร้างประเทศไทย
นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ห้ามปรามกลุ่มดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เพราะถ้าทำไม่ได้เท่ากับว่าการทุ่มงบจัดงานรักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย กว่า 10 ล้านบาท จะสูญเปล่า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวระหว่างรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า ขณะนี้ได้เริ่มโครง การพักหนี้ครัวเรือนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ฅแต่อาจขาดการประชาสัมพันธ์ โดยจะพักหนี้ให้แก่ครัวเรือนที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เป็นเวลา 3 ปี และจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ใหม่สำหรับครัวเรือนที่มีหนี้สินตั้งแต่ 5 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท







