
ธรรมยาตราเพื่อแม่น้ำโขง ปกป้องคน-ชุมชน พ้นกระทุน
กว่าเดือนแล้วที่ดอกงิ้วสีแดงสีส้มบานสะพรั่งทั่วทั้ง “ดอนซาว” ทำให้บรรยากาศบนเกาะเล็กๆ
โดย...ธรา จามีกร
กว่าเดือนแล้วที่ดอกงิ้วสีแดงสีส้มบานสะพรั่งทั่วทั้ง “ดอนซาว” ทำให้บรรยากาศบนเกาะเล็กๆ กลางลำน้ำโขง ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นไปอย่างคึกคัก เหล่านักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและจีนต่างหลั่งไหลกันมายลดงดอกงิ้วแห่งนี้ไม่ขาดสาย
ขณะที่เจ้าของเกาะรับรู้ถึงช่วงหาเงินทองจึงจัดงานเรียกแขกเพิ่มมูลค่าในช่วงเวลาดอกงิ้วบาน โดยมีทั้งประกวดเทพี การจัดแสง สี เสียง เต็มอัตรา
แม้ธรรมชาติยังคงแต่งแต้มสีสันสวยงามเหมือนทุกปี แต่ในช่วง 23 ปีมานี้คนดอนซาวเองต่างทราบดีถึงสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตสัมปทานนับหมื่นไร่ที่ทางการลาวอนุญาตให้นักลงทุนจีนตระกูล “เหว่ย” สร้างบ่อนกาสิโนและสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ภายใต้ชื่อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง”
ภาพเด็กๆ หน้าตามอมแมมวิ่งแย่งกันเก็บดอกงิ้วที่กำลังร่วงหล่นใส่ตะกร้า ที่เคยดูแล้วเพลินตา กำลังจะหายไป กลายเป็นภาพอาหมวยอาตี๋เข้ามาแทน คนลาวที่เคยเป็นเจ้าของเกาะต้องกลายเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่จากนายทุนจีนเพื่อขายของ
หลังจากดอนซาวกลายเป็นพื้นที่สัมปทาน มีการสร้างถนนรอบเกาะและมีการเทคอนกรีตทับตลิ่งเพื่อกันหน้าดินพังทลาย จากเดิมที่เป็นเพียงป่าหญ้าตามธรรมชาติและแหล่งหาปลาของคนในท้องถิ่น
วันนี้เรือหาปลาหาดูยาก ขณะที่เรือนำเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกที
แรกทีเดียวการลงทุนจำนวนมหาศาลของคนตระกูลเหว่ย ได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมจากคนลาวในหลายหมู่บ้านที่อยู่อาศัยกันมานับร้อยปี เพราะบ้านและที่นาของพวกเขาต้องถูกเวนคืน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างถอนรากถอนโคน
ดินแดนแถบนี้ทั้งฝั่งเชียงแสนและเมืองต้นผึ้งเป็นอดีตนครโบราณซึ่งมีโบราณสถานและโบราณวัตถุปรากฏให้เห็นทั่วไป ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อต้านคัดค้านการสร้างบ่อน โดยทำหนังสือคัดค้านไปยังคณะผู้บริหารประเทศลาวตามลำดับชั้น แต่ท้ายสุดทุกอย่างก็เป็นไปตามความประสงค์ของนายทุนต่างชาติ
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นคนลาวหรือคนไทยที่ขึ้นไปเที่ยวยังดอนซาวต่างต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้รับสัมปทานชาวจีนหัวละ 20 บาท ขณะที่แรงกดดันในพื้นที่ของประชาชนในลาวที่มีต่อนักลงทุนชาวจีนนับวันจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากไม่มีการให้เกียรติและเคารพคนท้องถิ่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้
ขณะที่ยาเสพติดเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ความขัดแย้งในพื้นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งเมื่อเกิดกรณีมีลูกเรือจีนเสียชีวิต 13 คน ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในหลายมิติที่ถูกกดทับอยู่ ซึ่งคนทั่วไปรวมถึงทางการประเทศที่เกี่ยวข้องมักเห็นแต่ภาพพ่อค้าจีนถูกฆ่าตาย แต่ไม่ค่อยมีใครสืบสาวให้ลึกลงไป ว่านับจากที่คนตระกูลเหว่ยเข้ามาใช้พื้นที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณนี้แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนลาวท้องถิ่น
“ทุนจีนที่ไหลมาตามแม่น้ำโขงก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนจีนยุคนี้ไม่เหมือนคนจีนในอดีตที่หอบเสื่อผืนหมอนใบเข้ามา แต่เป็นทุนจีนที่ผูกไทใส่สูทถือเงินใส่กระเป๋าเจมส์บอนด์เข้ามา เอาผลประโยชน์ทุกอย่าง”นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ พี่ใหญ่แห่งกลุ่มรักษ์เชียงของ มองดูสถานการณ์ริมน้ำโขงด้วยความห่วงใย ด้วยหลายปีที่ผ่านมาครูตี๋เฝ้าระวังและปกป้องมหานทีที่หล่อเลี้ยงชุมชนบ้านเกิด
“เขาทำให้ทรัพยากรหลายอย่างที่คนท้องถิ่นเคยใช้อยู่ต้องไปอยู่ในมือกลุ่มทุนโดยที่ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว สามเหลี่ยมทองคำและย่านนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของอาเซียนที่จะหาจุดสมดุลระหว่างทุนสุดโต่งกับวิถีชีวิตของชุมชน ตรงนี้จึงควรทำเป็นโมเดลเพื่อว่าทรัพยากรทั้งหลายควรเป็นของทุกคน”
ดอนซาวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเบียดขับคนท้องถิ่น
ทุกวันนี้ผู้บริหารประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนและนักธุรกิจทั้งหลายต่างยกย่องสรรเสริญทุนจีน โดยทำทุกวิถีทางที่จะดึงนักลงทุนจากแดนมังกรเข้าประเทศ แต่ในอีกมุมที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือทุนที่ไหลล่องมาตามลำน้ำโขงนั้น เคารพให้เกียรติคนท้องถิ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ท้ายที่สุดชาวบ้านจึงต้องสานกันเป็นเครือข่ายและลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรของพวกเขาเอง
ระหว่าง 11-19 ก.พ.นี้จะมีพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขงและขบวนธรรมยาตราลัดเลาะสายน้ำโขงตลอดพรมแดนไทย-ลาว ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปจนถึงผาได จุดสุดท้ายที่แม่น้ำโขง จะไหลผ่านพื้นที่ประเทศไทยตอนบนเข้าสู่แผ่นดินเมืองลาว
แม้พระพุทธนวล้านตื้อ 4 แผ่นดินองค์ใหญ่สถิตอยู่ริมแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำจะสะท้อนให้รับรู้ว่าดินแดนแถบนี้คือเมืองเก่าแก่ที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองมานับพันปีจนถึงยุคปัจจุบัน จนทางการไทยเสนอให้เป็นเมืองมรดกโลก “สุวรรณโคมคำ” แต่สภาพความเป็นจริงในทุกวันนี้กลับพบว่าสามเหลี่ยมทองคำคึกคักไปด้วยบ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ และสถานเริงรมย์
แม่น้ำโขงได้ทำหน้าที่เชื่อมร้อยวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนแถบนี้ ทั้งจีน ลาว พม่า และไทย ไว้ด้วยกัน โดยมีเมืองเชียงแสนเป็นเมืองท่าสำคัญ แต่แนวทางการพัฒนาที่ได้มีการปรับรูปโฉมจากสังคมค้าขายและเกษตรกรรมไปสู่ธุรกิจที่มีทุนมหาศาลจากจีนไหลมาตามลำน้ำโขง ทำให้วิถีชีวิตของคนย่านนี้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่แม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ถูกปรับแปลงให้เหลือเพียงทำหน้าที่เส้นทางคมนาคมจากจีนลงมา โดยมีการระเบิดเกาะแก่งต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในระบบนิเวศ และยังได้มีการสร้างเขื่อนในมลฑลยูนนาน ทำให้แม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และประชาชนท้ายน้ำได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องเพราะไม่ทราบระดับน้ำเหมือนธรรมชาติในอดีต จนกระทั่งมีการรวมตัวกันประท้วงทางการจีนมาเป็นระยะๆ
หลายปีมาแล้วที่ชาวบ้านริมแม่น้ำโขง จ.เชียงราย ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อพิทักษ์ดูแลสายน้ำเส้นนี้ โดยมีประเพณีและความเชื่อ ทั้งในเรื่องของพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำโขงเป็นสิ่งยึดโยง
พระครูสุวรรณ วิสุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าล้านทอง อ.เชียงแสน กล่าวว่า ความเจริญของบ้านเมืองเกิดตามความต้องการของคนในแต่ละยุคสมัย ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกาล แม่น้ำโขงในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะมีจุดกำเนิดในประเทศจีน เมื่อจีนสร้างเขื่อนและปิดเปิดตามความต้องการทำให้พื้นที่ด้านล่างได้รับผลกระทบ
“เราทำได้ตามประเพณีของเรา เป็นเรื่องที่ดีที่เราเสริมดวงชะตาให้แม่น้ำ เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน เขาจะได้รู้ว่าแม่น้ำโขงมีความสำคัญอย่างไร” พระครูให้คำแนะเกี่ยวกับการทำพิธีสืบชะตาและธรรมยาตราแม่น้ำโขง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทุนข้ามชาติในนามของคำว่า “พัฒนา” ได้ไหลล่องมาหยุดอยู่ตามจุดต่างๆ ริมแม่น้ำโขง ผลกระทบต่อคนและธรรมชาติหนักบ้างเบาบ้าง ขณะที่ชาวบ้านพยายามถักทอกันเป็นเครือข่ายเพื่อเป็นพลังในการชี้แนะให้นักฉกฉวยผลประโยชน์ได้เห็นธรรม
หวังว่าการแผ่เมตตาและพลังภาวนาในการธรรมยาตราของชาวบ้านจะช่วยให้พลังของทุนที่ถาโถมเข้ามาอย่างกระหายที่จะดูดกลืนทุกอย่างลดความรุนแรง โดยมองเห็นและเคารพต่อคุณค่าของวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม







