
‘ปู-เปรม’ชื่นมื่นปรองดองป้องกันน้ำ
งาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ก.พ. เป็นไปอย่างชื่นมื่น
งาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ก.พ. เป็นไปอย่างชื่นมื่น
ไม่เพียง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งมาเป็นประธานในงานแล้ว แขกเหรื่อยังประกอบด้วย องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ อีกร่วม 500 คน
เสียงดนตรีและงานเลี้ยงรับรองซึ่งใช้งบประมาณในการจัดงานร่วม 10 ล้านบาท ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผู้ร่วมงานเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีกล่าวถึงการจัดงานว่า ขอบคุณ พล.อ.เปรม และแขกทุกคนที่สละเวลามาร่วมงาน และการจัดงานนี้มิใช่การประกาศชัย แต่เป็นการขอบคุณคนไทยทุกคน เจ้าหน้าที่รัฐ เอกชน องค์กรการกุศล ผู้มีจิตอาสา และเพื่อนจากต่างประเทศ ที่ฟันฝ่าวิกฤตอุทกภัยด้วยกัน
“เป็นการยืนยันว่าบนพื้นฐานสามัคคีปรองดองของคนไทยเราจะทำทุกวิถีทางให้ประเทศก้าวหน้า ถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้คนไทยอยู่อย่างสงบสันติภายใต้พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย”
การเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยรอบใหม่ในปี 2555 เป็นคำถามใหญ่ซึ่งทุกฝ่ายทั้งประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ภาคธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ เฝ้ารอคำตอบจากรัฐบาล
ก่อนงานเลี้ยงรักเมืองไทยฯ จะเริ่มขึ้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 30 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยในปี 2554 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ โดยมีแนวคิดหลัก “น้ำมีที่อยู่ น้ำมีที่ไป และพื้นที่เศรษฐกิจได้รับการป้องกันดูแลและชดเชยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม”
สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ กยน. ชี้แจงว่า การพร่องน้ำจากเขื่อนใหญ่ตามแผนของ กยน. จะรองรับน้ำได้ประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หากน้ำเท่าปีที่แล้ว 1.5 หมื่นล้าน ลบ.ม. ก็จะเหลือน้ำอีก 1 ล้าน ลบ.ม. ที่จะไหลสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กยน.จะแบ่งพื้นที่ 2 ล้านไร่ เพื่อรองรับน้ำเป็น 2 ส่วน
ทั้งนี้ แผนบริหารจัดการน้ำของกยน. คือเตรียมพื้นที่รับน้ำส่วนแรก 1 ล้านไร่ อยู่เหนือ จ.นครสวรรค์ อีก 1 ล้านไร่ อยู่ใต้ จ.นครสวรรค์ ทั้งสองส่วนจะรับน้ำพื้นที่ละ 3,000 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เหลือน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียง 4,000 ล้าน ลบ.ม. โดยจุดเสี่ยงคือพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และอ่างทองเนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงนี้มีความจุลำน้ำน้อยกว่า่ปริมาณน้ำที่จะไหลลงมา ดังนั้น 2 จังหวัดนี้ จึงต้องเป็นแก้มลิง
พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่ง บทเรียนความเสียหายที่ผ่านมาทำให้มีการเร่งเสริมคันกั้นน้ำรอบนิคมฯ เหล่านี้
ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล กรรมการ กยน. กล่าวว่า ในปี 2554 คันกั้นน้ำแม่น้ำป่าสักและคลองข้าวเม่าแตกจนถล่มนิคมฯ โรจนะ จึงต้องป้องกันไม่ให้คันกั้นแม่น้ำป่าสักแตกเพื่อไม่ให้น้ำภายนอกเข้ามาในแนวคลองเหล่านี้ แต่หากน้ำภายนอกเข้ามามากจริงๆ ก็ต้องเปิดประตูให้น้ำไหลเข้าคลองชั้นในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อช่วยระบายน้ำ แต่ต้องไม่เกินกว่าความสามารถที่จะรับน้ำได้เพื่อลดแรงกดดันของประตูน้ำที่ผ่านพื้นที่นิคมฯ
ส่วนฝั่งตะวันตก ที่น้ำท่วมหนักพื้นที่ จ.นนทบุรี ชูเกียรติ กล่าวว่า มีสาเหตุมาจากคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี แตกทั้งหมด จึงต้องเสริมคันกั้นน้ำขึ้นไปถึงคลองพระยาบันลือยาวไปถึงแม่น้ำท่าจีน ปิดล้อมจุดนี้ทั้งหมด ส่วนน้ำที่เหลือจะใช้เส้นทางคลองญี่ปุ่นเหนือใต้ คลองพระพิมล และคลองทวีวัฒนา ปรับปรุงคลองน้ำจืด คลองสะแกงาม เพื่อลงแก้มลิงสนามชัย และแก้มลิงมหาชัย ซึ่งแผนทั้งหมดนี้มีเวลาระยะสั้นเพียง 4-5 เดือนเท่านั้น
“ถ้าน้ำมาเหมือนปีก่อนจะลึก 1 เมตร ก็จะมีค่าชดเชย เยียวยาแบบหนึ่ง หรือหากเกิน 1 เมตรขึ้นไป ก็จะชดเชยอีกแบบหนึ่ง” ชูเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงานเป็นประเด็นสำคัญและถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด เมื่อวันที่ 10 ก.พ. บรรหาร ศิลปอาชา ได้เข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. หารือเรื่องบริหารจัดการน้ำ โดยมอบหมายให้ นิกร จำนง ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ประสานระหว่างกรมชลประทาน และ กทม.
แผนจัดการน้ำเพื่อป้องกันมิให้อุทกภัยครั้งต่อไปสร้างความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นซ้ำเดินหน้าต่อไป แต่เสียงเพลงจากวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ในงานเลี้ยงที่ทำเนียบรัฐบาลจบลงหลังบรรเลงผ่านไปจนครบ 18 เพลง พล.อ.เปรม ขึ้นเวทีมอบดอกไม้ให้กำลังใจแก่วาทยกร
หลังจากนี้ไปเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเร่งเดินหน้าทำงานจริง







