
เฉลิมอวด4 เดือนจับยาบ้าได้กว่า16 ล้านเม็ด
เฉลิม เผย ปราบปรามยาเสพติด 4 เดือน จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก พร้อมยกระดับเป็นวาระภูมิภาค
เฉลิม เผย ปราบปรามยาเสพติด 4 เดือน จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก พร้อมยกระดับเป็นวาระภูมิภาค
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการปราบปรามยาเสพติดในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ว่า หลายหน่วยงานได้ร่วมกันปราบปรามจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 16 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม เฮโรอินกว่า 200 กิโลกรัม กัญชากว่า 3,000 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ได้กว่า 632 ล้าบาท โดยขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกันหลายประเทศ มีผู้ติดยาเสพติดทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน
ยืนยันว่า รัฐบาลนี้ไม่ฆ่าตัดตอน ยาเสพติดไม่เกิดที่บ้านเรา แต่เกิดจากประเทศเพื่อบ้าน ถ้าแก้ไม่ถูกจุดมันก็แก้ไม่ได้ ตนต้องขอความร่วมมือจากตำรวจทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลนี้มีตำรวจหลายคน ถ้าแก้ปัญหาได้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ผบ.ทบ.ที่ช่วยเอารั้วลวดหนามไปปิดลำน้ำสาย เพราะยาเสพติด 87% มาจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นโยบายของรัฐบาลคือ 1.ต้องปิดตะเข็บชายแดนให้ได้ 2.สกัดสารตั้งต้น
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเวลานี้ เป็นวาระแห่งชาติไม่พอ ต้องเป็นวาระแห่งภูมิภาค ผมจึงกำหนดไว้ 3 ยุทธ ยุทธศาสตร์ ตัดดีมานด์ ซัพเพลาย และโพเทนเชียลดีมานด์ ถ้าลดดีมานด์ได้ ก็ลดกลุ่มเสี่ยงลง ทั้งนี้ระหว่าง 15-17 ก.พ.ตนจะไปที่จีน เพื่อขอให้ช่วยคุยกับเพื่อนบ้าน เพราะลำพังเราเอง เขาไม่ฟัง ตามด่านต้องระวัง เพราะถ้าเขามาได้ ก็เหมือนเรือออกปากอ่าว ไม่มีทิศทาง บางครั้งมันอาสติ๊กเกอร์ราชการไปติด ทำให้เจ้าหน้าที่เกรงใจ ที่เห็นบ่อยมากคือสติ๊กเกอร์ทำเนียบ 2.ยุทธการ ต้องเปิดแม่โขงโอปอเรชั่น ร่วมมือกัน 2 ฝั่งโขง ทั้งจีน พม่า ลาว และไทย จากนั้นผมจะเน้นการปราบปราบและตัดวงจรการค้าในเรือนจำ 3.ยุทธวิธี ที่ผ่านมาท่านก็ทำดีอยู่แล้ว ขอให้ทำต่อไป ทั้งนี้จะขอให้กระทรวงสาธารณสุขไปดูยาตัวใหม่ ชื่อโกเดอีน เหมือนยาบ้า แต่ไม่ใช่ยาบ้า
"เรากำลังจะปรับปรุงเรือนจำ เอาพวกขาใหญ่ไปไว้ที่เขาบิน คลองไผ่ พิษณุโลก และระยอง ผมกำลังเปิดดูข้อกฎหมาย ว่าจะดักฟังโทรศัพท์จากเรือนจำได้ไหม ที่สำคัญเราจะมีมาตรการยึดทรัพย์เด็ดขาด ถึงค้ายามีเงินสุดท้ายก็จะไม่ได้ใช้เงิน" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
รองนายกฯ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมปลด พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ออกจากตำแหน่งผบ.ตร.ว่า ไม่เป็นความจริง คนที่ย้ายผบ.ตร.ได้มีเพียงนายกฯ ที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) แล้วผบ.ตร.ก็ไม่ได้ย้ายง่ายๆ อย่าง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็สมัครใจไปเอง ไปเขียนให้ตนขัดแย้งกับตำรวจ ถ้าขัดแย้งแล้วต่อไปจะทำงานกันอย่างไร







