
อ้างเป็นตำรวจอุ้มพนักงานบริษัทเรียกเงิน5พัน
หนุ่มพนักงานบริษัทฯซวย โดนคนร้ายอ้างเป็นตำรวจซิ่งเก๋ง อุ้มเรียกเงิน 5 พัน ปล่อยทิ้งนวนคร
หนุ่มพนักงานบริษัทฯซวย โดนคนร้ายอ้างเป็นตำรวจซิ่งเก๋ง อุ้มเรียกเงิน 5 พัน ปล่อยทิ้งนวนคร
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 มกราคม 2555 นายธวัชชัย เหล็กกนก อายุ 23 ปี พนักงานบริษัทอยู่บ้านเลขที่ 193/3 หมู่ 3 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประเสริฐ แหวนแก้ว สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจากถูกคนร้ายจำนวน 4 คน ขับรถเก๋งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกเงิน 5,000 บาท แล้วปล่อยทิ้งหน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร
นายธวัชชัย ผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 30 มกราคม 2555 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเองขับ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน งทจ 77 นครราชสีมา กลับจากที่ทำงานบริษัทฯ ย่านเซียงกงรังสิต ขณะนั้นขับมาริมถนนพหลโยธิน ขาเข้า กทม. ฝั่งตรงข้ามกับมหาลัยกรุงเทพ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และมีโทรศัพท์โทรเข้าจึงชะลอรถ และจอดรถเพื่อจะรับโทรศัพท์ เมื่อตนเองจอดรถสนิท ขณะนั้นได้มีชาย 2 คน เดินลงมาจากรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาจี้บังคับ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ทั้งสองใช้เท้าเตะ ข่มขู่ ใส่กุญแจมือ ให้ขึ้นรถ เมื่อตนเองขึ้นรถพบว่าภายในรถมีชายอีก 1 คน และหญิงอีก 1 คน และมีชาย 1 คนเอากุญแจรถจยย.ตนเองไปแล้วขับรถจยย.ตามรถเก๋งมา ระหว่างทางภายในรถที่มีชายทั้ง 2 คน และหญิง 1 คน ได้สั่งไม่ให้ส่งเสียงหรือพูดใดใดทั้งสิ้น อีกทั้งได้เรียกเงิน 5,000 บาท แต่ตนเองต่อรองว่ามีเงินอยู่เพียง 3,000 บาท และร้องขอว่าให้ไว้ชีวิต คนร้ายจึงได้เงินไป จากนั้นไปปล่อยทิ้งที่หน้านิคมอุตสาหกรรมนวนคร แล้วคนร้ายจึงคืนกระเป๋าสตางค์ให้ กุญแจรถจยย และรถจยย.คืนให้ แล้วคนร้ายทั้งหมดก็พากันขับรถออกไปทางถนนพหลโยธินฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปทางต่างจังหวัด แต่ตนเองก็ไม่ได้เดินทางไปแจ้งความแต่อย่างใด แต่รุ่งขึ้นอีกวันจึงไปเล่าให้เพื่อนที่บริษัทฯฟัง และทราบว่ามีเพื่อนร่วมงานอีกคนก็โดนพฤติกรรมของคนร้ายในลักษณะเช่นนี้เหมือนกัน จึงเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเกรงว่าพวกแก๊งค์นี้จะตระเวนก่อเหตุกับคนอื่นอีก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวให้ได้
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนนายธวัชชัย ผู้เสียหายอย่างละเอียดถึงเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดปล่อยตัวผู้เสียหาย เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง ในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







