
กองทุนน้ำบานแสนล้าน
รับข้อเสนอญี่ปุ่น “โกร่ง” ชี้ รัฐบาลพร้อมเพิ่มเงินกองทุนประกันภัยพิบัติเป็น 1 แสนล้านบาท
รับข้อเสนอญี่ปุ่น “โกร่ง” ชี้ รัฐบาลพร้อมเพิ่มเงินกองทุนประกันภัยพิบัติเป็น 1 แสนล้านบาท
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เปิดเผยว่า หากกองทุนประกันภัยพิบัติที่มีวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะรับประกันให้เอกชนได้ รัฐบาลก็พร้อมเพิ่มวงเงินกองทุนเป็น 1 แสนล้านบาท
“หอการค้าญี่ปุ่นเห็นว่าวงเงินกองทุนประกันภัยที่เริ่มต้นไม่เพียงพอ และอาจสร้างปัญหาทำให้บริษัทรับประกันภัยต่อไม่มารับประกัน การเพิ่มวงเงินจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้” นายวีรพงษ์ กล่าว
ดร.วีรพงษ์ มั่นใจว่า กองทุนประกันภัยจะมีกำไรตั้งแต่ปีแรก และหากบริษัทประกันไม่รับประกันต่อ เช่น มิตซุยซูมิตโตโม่ หรือโตเกียวมารีน ไม่เชื่อใจ และไม่รับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยธุรกิจในไทย ก็อาจทำให้เสียส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ทั้งในปีนี้และปีต่อไปที่ธุรกิจจะขยายตัวอย่างมาก
สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำขณะนี้ แผนแม่บททำเสร็จแล้วและจะมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม ประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดตั้งองค์กรและแนวทางปฏิบัติราชการแผ่นดินของ กยอ.เร่งจัดทำร่าง พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์กรจัดการภัยพิบัติ (องค์กรมหาชน) และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ความเห็นชอบต่อไป
"คณะกรรมการองค์กรมหาชนนี้จะมีนายกฯ เป็นประธาน โดยเมื่อเกิดวิกฤตหรือเห็นภัยจะมา ไม่ว่าน้ำท่วม สึนามิและพายุ ก็จะโอนอำนาจการสั่งการ เช่น กรมชลประทาน กทม.หรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น มาไว้ที่คณะกรรมการชุดนี้ คำสั่งของคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนมติครม.ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามม.157”ดร.วีรพงษ์ระบุ
ขณะที่การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นลุ่มแม่น้ำยมนั้น มีการบรรจุในแผนลงทุน แต่ก็อยู่ที่การตัดสินใจรัฐบาล ที่สำคัญต้องฟังเสียงประชาชน เพราะหากสร้างบริเวณปลายน้ำหรือทางใต้เพียงเขื่อนเดียวก็อาจจะมีพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำใหญ่ ต้องอพยพประชาชนจำนวนมาก แต่หากสร้างเป็น 2 เขื่อน ก็ลดพื้นที่น้ำท่วมเหนือเขื่อนได้
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. สมาคมประกันวินาศภัยได้ตั้งวงหารือถึงการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกองทุนประกันภัยที่ รมว.คลัง เสนอให้รับประกันภัยรายใหญ่โดยแชร์ความเสียหาย ซึ่งจะเก็บเงินสมทบกองทุนจากเอกชน 1% ของวงเงินคุ้มครอง
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า การให้บริษัทประกันภัยต้องเข้ามารับความเสี่ยง 1% ของวงเงินความคุ้มครอง 1 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ให้เข้าไปรับความเสี่ยง 2,000 ล้านบาท บริษัทประกันภัยอาจรับภาระไม่ไหว
ทั้งนี้ วงเงินสูงมากเมื่อเทียบกับเงินกองทุนบริษัทประกัน ซึ่งมีเงินกองทุนทั้งระบบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และหลายบริษัทมีกำลังไม่พอที่จะเข้าไปรับ เช่น 1% ของ 1,000 กรมธรรม์ ที่ต้องคุ้มครอง 200 บาทต่อกรมธรรม์ จะเป็นเงิน 2,000 ล้านบาทแล้ว หากให้เข้าไปรับทุกกรมธรรม์ก็ไม่ไหว”นายจีรพันธ์ กล่าว
นายจีรพันธ์ กล่าวว่า ทางบริษัทประกันภัยตกลงกันว่าจะขายประกันน้ำท่วมทั่วไป และ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติขายความคุ้มครองภัยพิบัติ ซึ่งจะขายคู่กับความคุ้มครองธุรกิจหยุดชะงักที่เนื่องจากน้ำท่วมด้วย
สำหรับ ภัยพิบัตินั้น จะต้องเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และรัฐบาลต้องประกาศว่าเป็นภัยพิบัติ ถึงจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ หากรัฐบาลไม่ประกาศเป็นภัยพิบัติ ลูกค้าที่ซื้อประกันน้ำท่วมทั่วไปจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย กล่าวว่า บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งมีกำลังรับประกันภัยไม่เท่ากัน และบางบริษัทไม่เคยซื้อประกันภัยพิบัติ จึงไม่สามารถหาบริษัทประกันภัยต่อมารับความเสี่ยงได้ก็จะมีปัญหา แต่บางบริษัทอาจจะรับได้เพราะมีสัญญาประกันภัยต่อภัยพิบัติอยู่แล้ว และปัจจุบันอาจจะมีลูกค้าน้อย จึงสามารถที่จะเข้าไปรับความเสี่ยงกับกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติได้อีก
นายเลิศชาย ประภาศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัทอาคเนย์ประกันภัย กล่าวว่า 1% ของวงเงิน 1 ล้านล้านบาท จะเป็นเงินที่บริษัทประกันภัยเข้าไปรับ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะต้องไปหาบริษัทประกันภัยต่อเข้ามารับประกันภัย หากบริษัทประกันภัย 50 แห่งเข้าไปรับ เฉลี่ยบริษัทละ 200 ล้านบาท บริษัทที่จะเข้าไปรับความเสี่ยง 200 ล้านบาทได้ต้องมีเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทที่มีเงินกองทุนจำนวนดังกล่าวมีไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เงื่อนไขต่างๆ ของกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติยังไม่นิ่ง บริษัทจึงยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว รอให้ทุกอย่างแน่นอนก่อนแล้วจะพิจารณา
ทางด้านการหารือระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มก็ไม่มีความคืบหน้า แต่ รมว.คลังสั่งการในที่ประชุมว่า ธปท.จะเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์อย่างไรก็ได้แต่ห้ามให้มีการส่งผ่านต้นทุนให้ประชาชนรับภาระ







