
ผลงาน"สวย"ช่วยได้ไหม
สารพัดชุดออกงานทั้งท็อปบู๊ทลุยน้ำท่วม ชุดสัญจรตะลุยท้องนา มางานแต่ง แปลงโฉมงานราตรี..
โดย....อสนีบาต
วันเวลาผ่านไปรวดเร็ว เข้าสู่สิ้นเดือนมกราคม รัฐบาลยิ่งลักษณ์สร้างผลงานอะไรเป็นรูปธรรมบ้าง
ถ้าจะเป็นที่รับรู้ผ่านสายตาประชาชี คงต้องซูฮกกับผลงานการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะสังเกตตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ทั้ง เสื้อผ้า หน้า ผม โดดเด่นเป็นพิเศษ ชนิดซุปเปอร์โมเดลต้องถอยไป ด้วยรัศมีความงามเปล่งประกาย ตั้งแต่ลานแคทวอล์คไทยคู่ฟ้าโกอินเตอร์ไปถึงดาวอส
แทบจะไม่มีเสียงวิจารณ์หรือมีก็น้อยเต็มทน คนอ๊ารายแต่งองค์ทรงเครื่องเฉิดฉายสวยเริ่ดขนาดนี้ ไม่ว่าจะเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล หรือจะเยื้องกายขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ ตบท้ายด้วยงานรื่นเริงบันเทิงใจ ล้วนตกเป็นเป้าสายตา
ทั้งชุดม่วงตัวโปรดปรานในงานแต่งหลานสาว ชุดราตรีสีเงินเด่นอร่ามในงานเลี้ยงทบ.กับการได้พบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หรือจะชุดดำขับเน้นภาวะผู้นำเข้มแข็งไม่อ่อนปวกเปียกสั่นประหม่า ตามด้วยชุดสูทสตรีสีน้ำตาลรัดรูปตกแต่งด้วยกระดุมเม็ดใหญ่หลายเม็ดหรือจะแจ๊กเกตดำพองลมให้เห็นถึงความน่าเกรงขามไทยแลนด์ ณ ดินแดนดาวอส
ความโดดเด่น สุดสวยแบบนี้ คือลักษณะพิเศษ ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ได้ค้นพบตัวเองแล้วว่ารูปลักษณ์ภายนอกสามารถครองภิภพได้ เพราะทำให้ทุกคนตกอยู่ในภวังค์จนหลงลืมภูมิปัญญาความรู้ในตัวผู้นำไปโดยพลัน แม้แต่สื่อไทยภายใต้คอนโทรลยังลงทุนเปิดพื้นที่คอลเลคชั่นให้ผู้นำไทย ดูกันไปดูกันมาก็สบายตา และมันก็สามารถเข้าตากรรมการในระดับสื่อต่างประเทศ อย่างเดลิเมลล์ นำไปเขียนถึง การแต่งองค์ทรงเครื่องนายกฯหญิงไทย ช่างผสมผสานกลมกลืนดีนักแลระหว่าง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ และ คาร์ล่า บรูนี่ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งฝรั่งเศส โดยสไตล์แต่งกายของนายกฯหญิงไทย ผสมผสานระหว่างความมีรสนิยมดีมีระดับของนางโอบามา และความคลาสิกสง่างามของนางบรูนี่
สารพัดชุดออกงานทั้งท็อปบู๊ทลุยน้ำท่วม ชุดสัญจรตะลุยท้องนา มางานแต่ง แปลงโฉมงานราตรี นารีโกอินเตอร์ เริ่ดทั้งน้านส์คร้าคุณ เขาถึงยกให้เป็นผลงานคุณ...ภาพ....
อีกผลงานรูปธรรม ด้วยการบริหารกิจการภายในพรรคพวกตัวเอง ตบรางวัลให้ตำแหน่งรัฐมนตรี เลขานุการที่ปรึกษารัฐมนตรีถ้วนหน้า ช่างเสียดายห้าเดือนที่ผ่านมาเหมือนนั่งผลาญเวลาไปวันๆเพราะการปรับครม.แต่ละครั้งเท่ากับต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ในหลายด้าน
เห็นได้จากบรรดาข้าราชการแต่ละกระทรวง แทนที่จะนำนโยบายไปปฏิบัติ แต่ต้องมาเพลิดเพลินกับการปรับแต่งข้อมูล ลบชื่อเปลี่ยนป้ายรัฐมนตรีประจำกระทรวงกันใหม่ บางรายเป็นรัฐมนตรีใหม่ถอดด้ามไม่เคยอยู่ในตำแหน่งบริหารงานต้องขอเวลาศึกษาเรียนรู้ เผลอๆกว่าจะลงตัวมีสัญญาณปรับครม.รอบสาม กลายเป็นว่ายังไม่ทันทำงานถึงคราวต้องอำลากระทรวงซะแล้ว
บางรายเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแต่ย้ายมากระทรวงใหม่ ไม่มีความแคล่วคล่องแต่ถูกไฟท์บังคับให้มานั่งทำงานจึงต้องทำตัวเสมือนผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ลูกน้อง ข้าราชการมั่นใจได้นายเก่งจริง บางรายมาพร้อมอาการร้อนวิชา ปฏิเสธนโยบายอดีตรัฐมนตรี ขอปั๊มนโยบายใหม่ตามที่ตัวเองต้องการชนิดปรับเปลี่ยนหัวทิ่มสามร้อยหกสิบองศา ทำเอาอลหม่านทั้งกระทรวงต้องปรับตัวกันยกใหญ่
ไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี ผู้สมัครส.ส.สอบตก ผู้รับใช้พรรคมานาน รอลุ้นมติครม.เพื่อหวังว่าตัวเองจะมีชื่อได้รับแต่งตั้งตำแหน่งเทกระโถนที่ยังเป็นโควต้าตกค้าง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งโฆษกรัฐบาล รองเลขานายกฯ หรืออย่างกรณี ผู้แทนการค้าไทยซึ่งว่างลงหลังจากนลินี ทวีสิน ขึ้นเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว คราวนี้ต่อพงษ์ ไชยสาสน์ จำต้องลดชั้นนั่งตบยุงห้องเย็นทำเนียบรัฐบาล จากรัฐมนตรีมาเป็นผู้แทนการค้าไทย เสียศักดิ์ศรีเล็กๆแต่ก็ยังดีกว่าตกงาน ถือเป็นตำแหน่งรักษาน้ำใจ
พรรคการเมืองนี้เขาจัดสรรกันดี โดยเฉพาะความถนัดกลเกมเก้าอี้ดนตรีโดดเด่นกว่าการบริหารการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ขนาด อารี ไกรนารา หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง หลังได้ใช้เวลาห้าเดือนกับตำแหน่งเลขานุการรมว.มหาดไทย ด้วยผลงานเท่าที่พอจำได้ จัดคอนเสริตช่วยผู้ประสบอุทกภัย และการลงพื้นที่โชว์บารมี จนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ต้องระดมเมนูอาหารใต้มาปรนนิบัติราวกับราชา ถึงคราวหมดวาสนามาเป็นแค่ผู้ช่วยเลขานุการรมช.เกษตรและสหกรณ์ อาจจะโชว์พาวไม่ได้เหมือนอยู่กระทรวงคลองหลอดเพราะต้องตาม”รัฐมนตรีเต้น” ไปทำวิจัยช่วยพี่น้องเกษตรกรให้ราคายางขยับ แต่ก็เป็นอีกรายที่ยังมีตำแหน่งติดตัวดีกว่าไปเป็นหัวหน้า รปภ.เฝ้าเวทีคอนเสริ์ต
ครั้นจะมองถึงเนื้องาน เอาแค่ยุทธศาสตร์รับมืออุทกภัยในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว กับการเอ่ยอ้างออกพรก.กู้เงินเพื่อนำเม็ดเงินกว่าสองแสนล้านบาทมาใช้เพื่อการนี้ กลับปรากฎเสียงบ่นอื้ออึงของคณะกรรมการ ที่อุดมไปด้วย นักวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ ถูกบรรดานักการเมืองผู้มีตำแหน่งใหญ่โตสั่งให้ปิดปากอย่าบังอาจแย่งซีนโชว์ความรอบรู้ต่อสาธารณชนมากนักเพราะเห็นแล้วหมั่นไส้
จึงมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล จะขอถอนตัวจากที่ปรึกษา กยน. หรือสมิทธ ธรรมสโรช บ่นน้อยอกน้อยใจ อยากลาออกซะงั้น เหตุเพราะเข้าไปทำงานเห็นอะไรต่อมิอะไรมากมายที่นักการเมืองไร้ศักยภาพทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่ก้าวหน้าของงาน เพราะการที่ฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจหลักของการบริหารจัดการป้องกันปัญหาภัยธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ถนัดแต่จ้องละเลงงบประมาณลงพื้นที่ที่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำเท่านั้นเอง เมื่อเป็นอย่างนี้จะไปตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร
กรุณามองขึ้นไปบนท้องฟ้าสภาพอากาศแปรปรวนอีกแล้ว คิดถึงปริมาณน้ำในเขื่อน ป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีการดำริจัดตั้งหน่วยงานบูรณาการทั้งระบบแจ้งเตือนทิศทางเดียวกันหรือยัง ดูแล้วเศร้าใจยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง
แล้วอย่างงี้ "ความสวย"จะช่วยได้ไหม







