
เกษตรฯสั่ง2เขื่อนใหญ่กักน้ำไม่เกิน 50 %
เกษตรฯ วางแผนบริหารน้ำป้องน้ำท่วม ตั้งเกณฑ์ระดับกักเก็บ2 เขื่อนยักษ์ ไม่เกิน 50% ของความจุเขื่อน
เกษตรฯ วางแผนบริหารน้ำป้องน้ำท่วม ตั้งเกณฑ์ระดับกักเก็บ2 เขื่อนยักษ์ ไม่เกิน 50% ของความจุเขื่อน
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ แถลงภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงถึงการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนทั่วประเทศและจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศประจำปี 2555 ว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนทั่วประเทศเกือบเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อบริหารจัดการน้ำของประเทศ(กยน.)ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ โดยส่วนของเขื่อนหลักที่จะมีผลต่อพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยานั้นจะใช้เกณฑ์การบริหารที่ระดับน้ำในเขื่อนไม่เกิน 50% ของความจุเขื่อน
สำหรับ บริหารจัดการน้ำทั้งหมดนั้น กำหนดให้ ณ วันที่ 1 พ.ค. 55 ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล จะอยู่ที่ 6,550 ล้าน ลบ.ม. 49% ของความจุอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 4,258 ล้านลบ.ม. 45% ของความจุ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 350 ล้านลบ.ม. 37% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 300 ล้านลบ.ม. 38% ซึ่งแผนการดังกล่าว ใช้เกณฑ์สถิติฝน 30 ปี ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในปี 2555 ณ วันที่ 27 ม.ค.2555 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณรวมกันทั้งหมด 60,189 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 81% ของปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันทั้งหมด ซึ่งเป็นน้ำใช้การได้ 36,359 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 49% หากเปรียบเทียบในเวลาเดียวกันจะพบว่าปริมาณน้ำในปี 2555 มากกว่าปี 2554 จำนวน 9,928 ล้านลบ.ม. ในจัดการน้ำได้สร้างไว้เป็นกรณีการตัดสิน 5 กรณี คือ 1 ปีฝนตกเฉลี่ย 2 ปีน้ำมาก 3 ปีน้ำน้อย 4 ปี 2552 และปี 2554 นำมาเป็นแบบจำลองซึ่งจะแล้วเสร็จในกลางเดือน ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตามแผนบริหารจัดการจะมีการผันแปรตามปัจจัยอื่นๆ







