
โรงกลั่นน้ำมันไฮโดรแครกกิงนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
โรงกลั่นน้ำมันไฮโดรแครกกิง (Hydro Cracking) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศรัสเซีย
โรงกลั่นน้ำมันไฮโดรแครกกิง (Hydro Cracking) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากประเทศรัสเซีย
ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนในการกลั่นต่อบาร์เรลได้ 5-10% จากเทคโนโลยีปัจจุบัน รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัท ไอเทอร์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ผู้ผลิตและเจ้าของนวัตกรรมดังกล่าว จะนำเครื่องจักรล็อตแรกเข้ามาในเดือน มี.ค. ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างและติดตั้ง 1 ปีสถานที่ก่อสร้างโครงการจะอยู่ติดชายฝั่งทะเลของจังหวัดในภาคกลา งเพื่อใช้เป็นท่าเรือนำเข้าวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิต คาดภายหลังแล้วเสร็จจะสามารถตอบสนองตลาดน้ำมันในประเทศเพื่อบ้าน และตลาดค้าส่งในประเทศ โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันที่ไม่ติดแบรนด์ขณะนี้ทั่วประเทศมีราว กว่า 50% ของสถานีบริการทั้งหมดในประเทศ
บริษัทฯ คาดหวังเพียง 10% ของปั๊มน้ำมันที่ไม่ติดแบรนด์ส่งผลให้ตลาดพลังงานคึกคักและราคาขายส่งในอนาคตน่าจะถูกลงประมาณ 2 5%จากราคาในปัจจุบัน
ศรัณย์ นิธิจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวัน ปิโตรเคมีคัล และประธานกรรมการ บริษัท วัน อะนาเมทริค อินเตอร์เทรด กล่าวว่า แนวคิดและที่มาของการเปิดโรงกลั่นน้ำมันนวัตกรรมใหม่จากรัสเซีย เริ่มจากบริษัท เอสวัน อินเตอร์เทรด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายก๊าซโซลีนธรรมชาติให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว บริษัทจึงก่อตั้งบริษัท วัน โลจิสติกส์ เป็นผู้ขนส่งตามมาตรา 12 เพื่อรองรับปริมาณการจัดส่งที่เพิ่มขึ้น
จากนั้นปริมาณสินค้าก๊าซโซลีนธรรมชาติเริ่มมีจำนวนไม่ต่อเนื่อง จนในที่สุดไม่เพียงพอในการจัดจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นคู่ค้าของบริษัท ทำให้ต้องมองธุรกิจอื่นเพื่อรองรับการลงทุนไปแล้วตั้งแต่ต้น บริษัทจึงมองไปยังผลิตภัณฑ์ที่เป็นความต้องการของลูกค้าและมีปริมาณที่เพียงพอในตลาด ด้วยการผันตัวเองไปเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ใช้บริษัท เอสวัน ปิโตรเคมีคัล เป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่าย และยังมีบริษัท วัน โลจิสติกส์ เป็นผู้จัดการด้านการจัดส่งเช่นเดิม โดยการจัดหาน้ำมันหลักๆ จากปิโตรนาสเช่นเคย และรวมถึงบริษัทน้ำมันอื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้ค้ามาตรา 10 ก็มีข้อจำกัดในด้านปริมาณน้ำมันไม่คงที่แบบเดิม เพราะว่าบริษัทน้ำมันจะจัดปริมาณน้ำมันให้ตามที่เหลือจากการขายผ่านสถานีบริการของแต่ละแบรนด์ โดยเฉพาะช่วงที่ปริมาณน้ำมันขาดตลาด และช่วงโรงกลั่นหยุดเพื่อปรับปรุงตามแผนของแต่ละโรงกลั่น ทำให้บริษัทไม่สามารถรองรับการจัดจำหน่ายในประเภทเทอม เพราะว่าการเป็นผู้ค้ามาตรา 10 ไม่สามารถทำสัญญาระยะยาวกับโรงกลั่น รวมถึงราคาก็ขึ้นลงผันผวนมาก
ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้ตัดสินใจขออนุญาตเป็นผู้ค้ามาตรา 7 ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาในความแน่นอนของปริมาณน้ำมัน รวมถึงสามารถนำเข้าน้ำมันมาเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย และจากการที่เป็นผู้ค้ามาตรา 7 ทำให้บริษัทต้องมีคลังเป็นของตนเองเพื่อสำรองน้ำมันตามกฎหมาย
ด้วยมุมมองนี้จึงเห็นโอกาสว่าไทยยังมีคลังน้ำมันไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อที่จะสามารถควบคุมต้นทุนทุกชนิดในวงจร จึงมองไปที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดไม่ใหญ่มากที่จะมีต้นทุนถูกกว่าเทคโนโลยีเดิม แต่ต้องหาพันธมิตรมืออาชีพที่ชำนาญในแต่ละด้านเข้ามาช่วย โดยด้านการเงินจากเจเนอรัลอีควิตี รวมถึงธนาคารชั้นนำในไทย และเทคโนโลยีจากบริษัท ไอเทอร์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด โดยก่อตั้งเป็นบริษัท วัน อะนาเมทริค อินเตอร์เทรด ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักร โดยใช้เครื่องจักรหลักจากรัสเซีย พร้อมทีมนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย รวมถึงวิศวกรก่อสร้างที่จะมาติดตั้งพร้อมเดินเครื่องการผลิต
ขั้นตอนการกลั่นน้ำมันภายในโรงงานแห่งใหม่นี้ ใช้นวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ร่นเวลาก่อสร้าง ลดขั้นตอนกลั่นและแยกน้ำมันแต่ละประเภท ทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้มาก ได้ปริมาณน้ำมันแยกตามประเภทดังนี้ เบนซิน 20% ดีเซล หรือโซลา 70% และน้ำมันเตา 10% คิดเป็นปริมาณรวม 1.25 หมื่นบาร์เรลต่อวัน (158.9 ลิตร เท่ากับ 1 บาร์เรล)
ด้าน จุฑามาศ ว่องวรกิจ ประธานบริหาร บริษัท วัน อะนาเมทริค อินเตอร์เทรด กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่บริษัทไทยสวมบทบาทผู้นำในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและค่าตอบแทนสูง และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่บริษัทไทยนำเทคโนโลยีที่อาจจะเปลี่ยนแผนที่ของธุรกิจน้ำมันและก๊าซได้ สิ่งที่ต้องการในขณะนี้ คือ อาศัยความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงินและการจัดการของอะนาเมทริคในเรื่องการค้าน้ำมัน และการขนส่งอาศัยความชำนาญของเอสวันฯ พร้อมกับวิสัยทัศน์ของตนเองในการเป็น วัน อะนาเมทริค อินเตอร์เทรด
ในส่วนนวัตกรรมของรัสเซีย ถือว่ารัสเซียเป็นประเทศแรกที่คิดค้น Cracking Technology ในโรงกลั่นน้ำมัน โดยกระบวนการใช้ความร้อน หรือที่เรียกว่า Shukhov Cracking Process ถูกคิดค้นขึ้นโดยวิศวกรชาวรัสเซียชื่อ วลาดิเมียร์ ชูคอฟ ได้รับสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1891 จากจักรวรรดิรัสเซีย
ด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่เหตุผลที่เลือกเทคโนโลยีแบบนี้จากรัสเซีย เนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศแห่งความรู้และมีมีทรัพยากรในประเทศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะน้ำมันดิบ รัสเซียมีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ที่ผ่านมาประเทศมหาอำนาจใหญ่ๆ ก็มีการเชิญ วิศวกร นักวิทยาศาตร์ชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงหลายๆท่านไปร่วมงาน
บริษัท วัน อะนาเมทริค อินเตอร์เทรด ก็เช่นเดียวกัน หลังจากทำการศึกษาหาข้อมูลและการเดินทางดูงานต่างประเทศ ทำให้ตัดสินใจร่วมงานกับบริษัท ไอเทอร์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ให้เป็นผู้ออกแบบ คิดค้น และติดตั้งระบบโรงกลั่นแห่งใหม่นี้ จะทำให้เราเป็นผู้ผลิตน้ำมันที่ใช้นวัตกรรมที่ไม่มีมลพิษและรักษาสภาพแวดล้อมเป็นเจ้าแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
คุณสมบัติที่เด่นอีกประการของโรงกลั่นน้ำมัน วัน ปิโตรเคมีคัล ก็คือใช้ระบบ “ไฮโดรแครกกิง” ใช้ไนโตรเจนในกระบวนการแยกน้ำมัน ใช้ความร้อนเพียง 150 องศาเซลเซียส มีกระบวนการพิเศษในแต่ละขั้นตอน ที่ไม่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ต่างกับระบบเดิม “หอกลั่น” ที่ใช้ความร้อนในอุณหภูมิที่สูงมากในการกลั่นวัตถุดิบออกมาเป็นน้ำมันแต่ละครั้งจะสิ้นเปลืองพลังงาน และมีผลกระทบทางมลพิษไปยังชั้นบรรยากาศ
ศรัณย์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ภายหลังการเปิดโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดพลังงานคึกคัก และกลไกตลาดมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไม่มากก็น้อย ที่สำคัญ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและแวดวงพลังงานให้มีการค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยได้ใช้ โดยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายแต่มีประสิทธิภาพที่มากขึ้น โดยขณะเดียวกันก็รักษาสภาพแวดล้อมไปด้วย
ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง แต่ละแห่งเป็นของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ จึงเป็นเรื่องน่าจับตาว่าในปี 2556 หลังการเปิดตัวโรงกลั่นน้ำมันของผู้เล่นหน้าใหม่นี้ ทิศทางของราคาน้ำมันในตลาดจะต่ำกว่าปัจจุบันเท่าใด
&<2288;
&<2288;







