
เก็บตกจาก CEO Forum
งาน CEO Forum ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
งาน CEO Forum ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
โดย..วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
งาน CEO Forum ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2555 นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทยมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง
เพราะเชิญผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารภาครัฐและเอกชนของไทย เกี่ยวกับบรรยากาศและโอกาสการลงทุนในประเทศไทย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลก
การเปิดตัวด้วยการให้ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญ 5 ประการ ที่รัฐบาลทั่วโลกต้องตระหนักอย่างดีในยุคโลกาภิวัตน์ อันได้แก่
1.การเมืองและเศรษฐกิจจะต้องสัมพันธ์กัน รัฐบาลต้องร่วมมือกับเอกชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจอย่างเป็นธรรม รวมถึงต้องสร้างความผูกพันกับประชาชนอย่างใกล้ชิด
2.รัฐบาลจะต้องปรับปรุงสวัสดิการให้มีคุณภาพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดแก่สังคมทุกภาคส่วน โดยสร้างดุลยภาพในการให้บริการของภาครัฐแบบยืดหยุ่นได้ และต้องนำเทคโนโลยีมาบูรณาการการให้บริการ
3.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในอนาคต รัฐบาลต้องจ้างงานในอัตราที่เหมาะสม ไม่เน้นแค่การศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับพัฒนาการของภาคธุรกิจ
4.ความปรองดองและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคม
5.การยอมรับความแตกต่างทางการเมือง
ด้าน สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน สรุปได้ความว่า ไทยต้องทำงานร่วมกับอาเซียนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การลงทุนที่สอดคล้องกัน เช่น การแก้ไขกฎหมายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ต้องมองว่าการลงทุนจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ควรรังเกียจบริษัทที่เข้ามาลงทุนว่าจะนำรายได้และกำไรออกไป
ด้าน ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการด้านการค้าและการพัฒนาของสหประชาชาติ (อังค์ถัด) สรุปได้ความว่า การลงทุนครั้งใหญ่ของรัฐบาลจะต้องไม่ใช่การป้องกันน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน โดยการชักจูงการลงทุนจะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์ด้วย
ด้าน โยชิฮิสะ คาอินุมะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มินิแบ ประเทศญี่ปุ่น สรุปได้ความว่า บริษัทยังคงไว้ใจรัฐบาลในด้านมาตรการป้องกันน้ำท่วม และพอใจที่รัฐบาลมีนโยบายด้านการประกันภัย โดยขณะนี้โรงงานอยู่ระหว่างการฟื้นฟู และคาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องการผลิตได้เต็มที่ภายใน 45 เดือน ขณะเดียวกันยังได้ลงทุนสร้างโรงงานใหม่ที่บางปะอิน มูลค่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้
ด้าน แพท ดอว์สัน ประธานบริษัท ดาวน์ เคมิคอล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สรุปได้ความว่า บริษัทยังยืนยันจะลงทุนในเมืองไทยต่อไป เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนสำคัญของบริษัทในภูมิภาคอาเซียน ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ทำให้นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจที่จะลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากเป็นปัญหาชั่วคราว และจากปัญหาดังกล่าวยังส่งผลดี เพราะกดดันให้รัฐบาลจำเป็นต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้างต้นคือการสรุปที่มาจากการร่วมงานสัมมนา CEO Forum ของกระทรวงอุตสาหกรรมในวันนั้น
ที่สำคัญที่สุดก็คือ การที่เราจะต้องร่วมกันพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยในองค์รวม เพื่ออนาคตของลูกหลานไทยครับผม !







