
โลกมองไทย
ภายหลังจากที่สถานทูตสหรัฐประกาศเตือนภัยพลเรือนของตนผ่านทางเว็บไซต์ว่า
ภายหลังจากที่สถานทูตสหรัฐประกาศเตือนภัยพลเรือนของตนผ่านทางเว็บไซต์ว่า
อาจเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยที่มีชาวต่างชาติอยู่อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นตรอกข้าวสาร หรือซอยสุขุมวิท 22 ซึ่งนอกจากจะสร้างความวุ่นวายด้านความปลอดภัยไปทั่วประเทศแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซียอีกด้วย
เว็บไซต์เอเชียวันดอตคอมดอตเอสจี เปิดเผยโดยอ้างคำกล่าวของ ดะโต๊ะ สรี ดอกเตอร์ อึง เย็น เย็น รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในมาเลเซียจะได้รับผลกระทบจากข่าวลือเกี่ยวกับภัยก่อการร้ายในไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ซึ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในมาเลเซียนั้นมักจะซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวหลายประเทศพร้อมๆ กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวไทยและมาเลเซีย
ดอกเตอร์อึง กล่าวว่า เมื่อใดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เมื่อนั้นการท่องเที่ยวของมาเลเซียก็จะได้รับผลกระทบตามไปเป็นลูกโซ่
วันเดียวกัน เว็บไซต์คาร์แอดไวซ์ดอตคอม เปิดเผยว่า ฮอนด้า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินสูงถึง 630 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อซ่อมแซมโรงงานผลิตรถยนต์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของไทย
ผู้บริหารของฮอนด้า กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมโรงงานดังกล่าวถือว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ซึ่งเปรียบได้กับการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ขึ้นมาเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุอุทกภัย โรงงานผลิตรถยนต์ของฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีความสามารถในการผลิตรถได้ประมาณ 2.4 แสนคันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 4.5% ของยอดผลิตรถทั้งหมดทั่วโลกของบริษัท







