
หนุ่มฮิซบัลเลาะห์รับเตรียมก่อเหตุจริง
ผบ.ตร. สั่งคุมเข้ม3จุดเสี่ยงในกทม.ยัน จับ ผู้ต้องสงสัยฮิซบัลเลาะห์ได้จริง สอบเค้นก่อนรับสารภาพเตรียมก่อเหตุ ด้าน ผบ.ทบ. วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก
ผบ.ตร. สั่งคุมเข้ม3จุดเสี่ยงในกทม.ยัน จับ ผู้ต้องสงสัยฮิซบัลเลาะห์ได้จริง สอบเค้นก่อนรับสารภาพเตรียมก่อเหตุ ด้าน ผบ.ทบ. วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาในไทยเป็น กลุ่มฮิซบัลเลาะห์ จริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า จำนวนกี่คน ซึ่งทางหน่วยข่าวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะ อิสราเอล ได้มีการประสานงานกันในการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว และได้ชี้แจงไปยังทางการอิสราเอล ขณะที่ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้มงวดรักษาความปลอดภัย ใน 3 จุดเสี่ยง ประกอบด้วย ถนนข้าวสาร สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย และ ถ.สุขุมวิท ซอย 22 โดยได้ให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจท่องเที่ยว ดูแลควบคุมสถานการณ์อยู่
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ดูแลอย่างเต็มอัตรา ตลอด 24 ชั่วโมง
ต่อมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้เปิดเผยความคืบหน้าหลังควบคุมตัว นายอัตริส ฮุสเซน (Atris Hussein) เชื้อชาติเลบานอน ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ หลังสืบทราบว่าเตรียมก่อความวุ่นวายในประเทศไทย ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยจากการพูดคุยกับนายอัตริส ทำให้ทราบว่ามีการเตรียมการที่จะก่อความวุ่นวายในกรุงเพมหานคร แต่ตำรวจสามารถจับกุมได้ก่อน ทำให้แผนการถูกล้มเลิก
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้พร้อมปุ๋ยยูเรีย โดยยืนยันการจับกุมนายอัติริส ไม่พบสารประกอบวัตถุระเบิด ที่ถูกนำเข้าเพื่อมาก่อเหตุในไทยแต่อย่างใด
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการสอบสวน อาศัยตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีอำนาจควบคุมตัวได้ 60 วัน จากนั้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะต้องส่งตัวกลับประเทศ โดยจะไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เนื่องจากนายอัติริส ยังไม่ได้ลงมือก่อเหตุ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุ ขอให้ประชาชนมีสติ อย่าตื่นตระหนก กรณีการแจ้งเตือนการก่อการร้าย ระบุ หาก พบเห็นสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ขณะที่พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า ใน 3 จุดที่ทางโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศแจ้งไปก่อนหน้านี้ ในบริเวณที่แจ้งเตือนก็มีถนนข้าวสาร ถนนจันทร์บุตรี และถนนสุขุมวิทซอย 22 ซึ่งได้ส่งตำรวจสายตรวจและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD)และสุนัขตำรวจเข้าไปประจำทุกจุดแล้ว







