
เสียงสะท้อนของเยาวชนผ่านวันเด็กแห่งชาติ
“สุรา”ก่อให้เกิดความสูญเสียไม่สิ้นสุด
เสียงสะท้อนของเยาวชนผ่านวันเด็กแห่งชาติ “สุรา”ก่อให้เกิดความสูญเสียไม่สิ้นสุด
“...การดื่มสุรานอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินแล้ว เรายังต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว เหมือนครอบครัวของลุงกับป้าที่อยู่ในชุมชนของฉัน สุราเป็นสิ่งเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่มีกฎหมายรองรับ หากเราขาดสติและหัดดื่มเหล้า จุดจบของเราก็คงไม่มีความสุข...”
จากเสียงสะท้อนของ ด.ญ.ธีรนาฏ แก้วเทพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดการเขียนเรื่องเล่าในหัวข้อ “ทุกข์จากเหล้า ประสบการณ์จริงจากคนรอบข้าง” ในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและระดับมหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปีพ.ศ.2555 ที่จัดขึ้นโดย เครือข่ายแพทย์ชนบทงดเหล้าจังหวัดน่าน
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ประธานเครือข่ายแพทย์ชนบทงดเหล้า ในมูลนิธิแพทย์ชนบท เล่าถึงโครงการนี้ว่า ถือเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อสะท้อนปัญหาสุขภาพ ปัญหาครอบครัวและสังคมผ่านเรื่องจริงที่เด็กได้ประสบพบเห็น ให้สังคมได้รับทราบ และการที่เด็กได้เขียนเรื่องเล่าย่อมเป็นการปลูกฝังโดยตรงด้วยตัวเด็กเองให้มีความเข้มแข็งและหนักแน่นพอที่จะปฏิเสธการดื่มสุราในอนาคตได้
ทั้งนี้เครือข่ายแพทย์ชนบทงดเหล้าได้ขยายเครือข่ายไปยังโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 20 แห่งทั่วประเทศ จัดทำกิจกรรมหลากหลายทั้งงานบุญประเพณีปลอดเหล้า สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย รวมไปถึงการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ดังเช่นโครงการเขียนเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง เป็นต้น
จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดยังได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดื่มสุรา ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ที่มีต่อสังคม ครอบครัว และร่างกายแล้ว ยังมีงานเขียนอีกไม่น้อยที่สะท้อนให้เห็นว่า เด็กได้ตกเป็นเหยื่อของสุราอย่างไม่รู้ตัว เช่น ผลงานของ ด.ญ. สิริยากร ทองศิริ ชั้นประถมศึกษา5 โรงเรียนอนุบาลอยู่วิทยา ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ที่เล่าว่า พ่อข้างบ้านใช้ลูกสาวอายุเพียง 11 ปี ไปซื้อเหล้าที่ร้านทุกวัน โดยเด็กจะซ่อนเหล้าไว้ในเสื้อ ในขณะเดียวกัน ในหมู่บ้านมีการต้มเหล้าขายกันอย่างเสรี จากพฤติกรรมดังกล่าว เท่ากับเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆในทางอ้อมให้กับเด็กอย่างไม่รู้ตัว โดยใช้ช่วงเวลาเป็นตัวเพาะบ่มพฤติกรรมการดื่มสุรา ให้กับเด็กได้อีกทางหนึ่ง และชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของกฎหมาย และความเห็นแก่ตัวของผู้ค้าได้อย่างชัดเจน
และมีอีกหลายเรื่องเช่นกัน ที่ได้สะท้อนให้เห็นว่า ความรัก ความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจ และความอดทนของบุคคลในครอบครัวจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่ติดสุราสามารถเลิกดื่มได้ แต่สิ่งที่สำคัญนอกเหนือไปจากครอบครัวแล้วนั่นก็คือ ความเข้มแข็งจากจิตใจตัวของผู้ติดสุราเอง ที่จะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองว่าจะเลือกเดินไปทางใด เราจะยอมให้สุรามาทำร้ายตัวเรา ครอบครัวและสังคมของเราตลอดไปหรือไม่
“หลายเรื่องเล่าที่เด็กเขียนสะท้อนความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กเอง โดยเฉพาะเด็กที่พ่อดื่มสุรา ส่งผลให้เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก และเด็กไม่มีสมาธิในการเรียนหนังสือ แต่ก็มีหลายกรณีที่ตัวเด็กเองมีส่วนช่วยให้พ่อเลิกเหล้าได้ ดังนั้นในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อจะมอบให้แก่ลูกคือ การเลิกเหล้า และของขวัญที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะมอบให้กับเด็กคือ การแก้ปัญหาการติดสุราของบุคคลในครอบครัวให้สำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป” นพ.พงศ์เทพกล่าว







