
4จังหวัดใต้หยุดตรุษจีนสว.สับมติครม.ย้ำปัญหา
สว.ปัตตานี หวั่นมติ ครม.หยุดตรุษจีนยาว 4 จังหวัดภาคใต้ ตอกย้ำปัญหา
สว.ปัตตานี หวั่นมติ ครม.หยุดตรุษจีนยาว 4 จังหวัดภาคใต้ ตอกย้ำปัญหา
นายวรวิทย์ บารู สว.ปัตตานี เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการเพิ่มใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีเจตนาว่าเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นพื้นที่ที่มีปมปัญหา จนต้องมีมติเฉพาะเจาะจงดังกล่าว
นายวรวิทย์ กล่าวว่า รัฐบาลควรจะละเอียดอ่อนในการมองปัญหาที่อาจจะนำไปสู่ประเด็นที่เปราะบาง โดยควรมองว่าประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม มีความเท่าเทียมกัน ซึ่งในกรณีนี้ควรที่จะประกาศให้เป็นวันหยุดพร้อมกันทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้วันที่ 23 ม.ค. ซึ่งตรงกับวันตรุษจีน เป็นวันหยุดราชการเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้
วันเดียวกันนี้ กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติจำนวน 200 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้แก้ปัญหากรณีที่โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก กทม. ห้ามนักเรียนมุสลิมคลุมฮิญาบ
แถลงการณ์ของกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ระบุว่า โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกพยายามขัดขวางไม่ให้นักเรียนมุสลิมสามารถคลุมฮิญาบเข้าในโรงเรียน โดยมีอคติต่อศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ในปี 2553 ได้มีการหารือเพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ข้อสรุปตามหนังสือจากสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ ศธ.0209/6232 ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2554 โดยระบุว่าระเบียบของโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง แต่จนถึงปัจจุบันยังมีความพยายามต่อต้านการคลุมฮิญาบอยู่
“ขอเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการกระทรวงศึกษาธิการทำเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า การแต่งกายคลุมฮิญาบของนักเรียนหญิงมุสลิม เป็นการแต่งกายที่ถูกต้องตามระเบียบ และให้มีการดำเนินการทางวินัยกับผู้ขัดขวาง” แถลงการณ์ระบุ







